‘ศธ.’ เตรียมออกประกาศรับรองปริญญาตามมาตรฐานวิชาชีพ หลักสูตร 4 ปี
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า เนื่องจากทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เสนอร่างประกาศเกณฑ์การรับรองปริญญาตามมาตรฐานวิชาชีพหลักสูตร 4 ปี ที่ประชุมจึงหารือเพิ่มเติมเรื่องการบริหารจัดการว่าการที่คุรุสภาจะออกประเมินเพื่อรับรองปริญญานั้น แตกต่างจากเดิมอย่างไร และจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเรื่องนี้ผูกกับหลายเรื่อง เช่น ความต้องการครู และทักษะของครูที่ต้องการในอนาคต โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเชื่อมโยงกับภาคอุดมศึกษาที่สถาบันผลิตครูที่จะต้องพัฒนาครูให้ตรงกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่ สพฐ.จะออกใหม่ด้วย
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้นำปัญหาต่างๆ ที่ค้างคามาหารือด้วย โดยเฉพาะเรื่องการสอบที่ขณะนี้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะต้องการสอบหลายครั้ง ตนมอบให้ สพฐ.ไปศึกษารายละเอียดเพิ่มตามว่าหากนำเทคโนโลยีมาช่วยในการประมวลผล จะสามารถแยกทักษะความสามารถของนักเรียนได้หรือไม่ ซึ่งต่างประเทศก็ใช้วิธีการรูปแบบนี้ ส่วนทักษะที่ต้องการเฉพาะทาง เช่น ทักษะของแพทย์ หรือทักษะทางวิศวกรรม นั้นเป็นส่วนเสริมที่จะต้องหาทางทดสอบแยกทักษะต่อไป
“ส่วนต่อไปจะมีการทดสอบออนไลน์หรือไม่ ผมมองว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะเรื่องนี้ความกังวลถึงความเหมาะสม ที่อาจจะทำได้ยากในควบคุมการสอบออนไลน์ แต่ถ้าเอาเทคโนโลยีมาสอบโดยให้นักเรียนนั่งอยู่ในห้อง และประมวลผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีการทำแล้วในขณะนี้ แต่จะต้องดันเรื่องนี้ให้เกิดมากขึ้นในอนาคตด้วย” นายณัฏฐพลกล่าว
ด้านนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบหมายให้คุรุสภา ไปสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนถึงรูปแบบวิธีการใหม่ในการประเมินเพื่อรับรองปริญญาตามมาตรฐานวิชาชีพหลักสูตรครู 4 ปี ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจ และให้ดูรายละเอียดว่า มีมหาวิทยาลัย ไหนบางที่หลักสูตรยังไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งคุรุสภาจะต้องให้ความช่วยเหลือ ให้ความรู้ พร้อมกับประสาน สพฐ.และสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เพื่อหารือให้สถาบันผลิตครูปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ ของ สพฐ.ด้วย เพื่อให้ผู้เรียนที่จบมาไม่ต้องอบรมความรู้เรื่องนี้ใหม่

