ความคืบหน้ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ใช้บังคับกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ชัยภูมิ และ มรภ.สุรินทร์ เป็นล็อตแรก ล่าสุด นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่ายังมีมหาวิทยาลัยที่อยู่ในข่ายอีก 10% หรือเกือบ 20 แห่ง โดยเป็นมหาวิทยาลัยมีปัญหาเรื่องการรับนักศึกษาเกินกว่าที่แจ้งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบ 11 แห่ง นอกนั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาผู้บริหารทุจริต ความแตกแยกของสภากับฝ่ายบริหารสภา มีการอาศัยช่องทางกฎหมายสั่งปลดอธิการบดี ฯลฯ นั้น
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งให้ตนพิจารณาแล้ว และได้ลงนามคำสั่ง ศธ.ที่ สกอ. 497/2559 เรื่องให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ใน มรภ.สุรินทร์ ดังนี้ ให้นายกสภา กรรมการสภา อธิการบดีหรือรักษาการอธิการบดี และรองอธิการบดีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่
ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนสภา ดังนี้ นายถนอม อินทรกำเนิด เป็นประธานกรรมการสภา ส่วนกรรมการสภา ประกอบด้วยนายอานนท์ เที่ยงตรง, นางศศิวิมล มีอำพล, นายจรูญ ถาวรจักร, นายชวลิต หมื่นนุช, นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ โดยมีรองเลขาธิการ กกอ. เป็นกรรมการและเลขานุการ, เจ้าหน้าที่ สกอ. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และเจ้าหน้าที่สกอ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่สภา มรภ.สุรินทร์ ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลใน มรภ.สุรินทร์ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 นอกจากนี้แต่งตั้งนายจรูญ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มรภ.สุรินทร์ และให้ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ คือวันที่ 21 กรกฎาคม 2559
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังลงนามคำสั่ง ศธ.ที่ สกอ.498/2559 เรื่องให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ใน มรภ.ชัยภูมิ โดยให้นายกสภา กรรมการสภา อธิการบดีหรือผู้รักษาการอธิการบดี และรองอธิการบดี ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ และแต่งตั้งคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนสภา ดังนี้ นายเชิดชัย โชครัตนชัย เป็นประธานกรรมการสภา ส่วนกรรมการสภาประกอบด้วย พล.ต.อ.ชาญวุฒิ วัชรพุกก์, นายไทย ทิพย์สุวรรณกุล, นางสุภาว์ จุลนาพันธุ์, นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ โดยมี รองเลขาธิการ กกอ. เป็นกรรมการและเลขานุการ, เจ้าหน้าที่ สกอ.เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ สกอ.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยปฏิบัติหน้าที่สภา มรภ.ชัยภูมิ ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 และออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลใน มรภ.ชัยภูมิ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 และแต่งตั้งนายเฉลย ภูมิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มรภ.ชัยภูมิ และให้ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2559
“คำสั่งนี้มีผลให้นายกสภา กรรมการสภา อธิการบดี ของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป และคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้นับตั้งแต่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ โดยผมได้ขอให้ทุกคนเร่งเข้าไปตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีปัญหาเรื่องใดบ้างที่ต้องเร่งแก้ไข ให้การบริหารงานและการจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้รายงานความคืบหน้าเบื้องต้นวันที่ 22 กรกฎาคม ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา มีรายชื่ออยู่แล้ว จะเชิญมาพูดคุยถึงแนวทางแก้ปัญหาก่อนว่าจะแก้อย่างไรภายในระยะเวลาเท่าไร เท่าที่คิดไม่น่าเกิน 1-2 เดือน หากไม่สามารถดำเนินการได้ คงต้องมีคำสั่งและแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้าไปแก้ปัญหาเช่นเดียวกัน” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมหาวิทยาลัยที่ส่อเค้าว่าอาจต้องถูกควบคุมโดย สกอ. เกือบ 20 แห่ง มีดังนี้ กลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาธรรมาภิบาลยืดเยื้อมานาน อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) มีปัญหาร้องเรียนเรื่องกระบวนการสรรหาอธิการบดี จนเกิดการฟ้องร้องและยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดย นพ.สมพล พงศ์ไทย รักษาการอธิการบดีมานานกว่า 4 ปี ที่ผ่านมาคณาจารย์ นิสิต ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดำเนินการกับรักษาการอธิการบดีและรักษาการรองอธิการบดีทุกคน รวมถึงรักษาการสภา เสียงข้างมากที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและไร้ธรรมาภิบาล
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก สภาเสียงข้างมากมีมติ 20 ต่อ 1 ถอดถอนนายสิน พันธุ์พินิจ อธิการบดี เนื่องจากบกพร่องและหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน โดยมีผู้ร้องเรียนหลายประเด็น อาทิ การก่อสร้างหอพัก การเดินทางไปต่างประเทศ และการจัดงานเกษตรแฟร์ ซึ่งสภาได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและพบว่ามีมูลความจริง
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ซึ่ง คสช.มีคำสั่งให้นายศุภชัย สมัปปิโต ระงับการปฏิบัติหน้าที่รักษาการอธิการบดี มมส.เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 7 ระบุกรณีการก่อสร้างอาคารของคณะศึกษาศาสตร์ และกรณีการเบิกค่าตอบแทนตำแหน่งอธิการบดีเกินจำนวนที่สภาอนุมัติ โดยไม่มีระเบียบรองรับ เป็นต้น ซึ่งสภาได้สรรหาให้นายสัมพันธ์ ฤทธิเดช เป็นอธิการบดีคนใหม่ท่ามกลางคณาจารย์มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจเก่า
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) โดยสภามีมติเป็นเอกฉันท์ถอดถอน นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย อธิการบดี มสธ. ออกจากตำแหน่ง ด้วยคะแนน 9 ต่อ 2 เนื่องจากถูกร้องเรียนว่าทำงานไม่เต็มที่และไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสภาตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่สำคัญนพ.ชัยเลิศ ไม่สามารถทำงานร่วมกับสภาได้ อย่างไรก็ตาม นพ.ชัยเลิศ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ระงับคำสั่งสภาดังกล่าว
ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมาตรฐานหลักสูตร จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นิสิตนักศึกษา ระบบการศึกษาเข้าข่ายที่ กกอ.ต้องเข้าไปตรวจสอบ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน อาทิ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ซึ่งล่าสุดกรรมการคุรุสภามีมติไม่อนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาให้แก่นักศึกษา 2,500 คน เนื่องจาก มกธ.รับนักศึกษาเกินกว่าที่แจ้งให้ สกอ.รับทราบ โดยรับนักศึกษาเกินไปถึง 2,000 คน ซึ่งนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัด ศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาระบุว่ามีมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเกิน และจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งคุรุสภาตรวจพบอีก 11 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน





