9 เทคนิค สำหรับ ‘ครู’ Teach from Home แบบมีไฟ

26.04.20 | 10:49 น.

9 เทคนิค สำหรับ ‘ครู’ Teach from Home แบบมีไฟ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอนครั้งใหญ่ ซึ่งขณะนี้ “อาจารย์” มหาวิทยาลัย ได้ปรับตัวเข้าสู่โหมดการสอนออนไลน์อย่างเต็มตัว ส่วน “ครู” ในโรงเรียนต่างๆ อยู่ระหว่างเตรียมการสอนสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2563 ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

อย่างไรก็ตาม เพราะไม่อาจคาดการณ์ได้ชัดเจนว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะจบลงเมื่อใด บวกกับสถานการณ์ที่ทุกคนต้องมีระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ทำให้การพบปะพูดคุยกันแบบเดิมเปลี่ยนไป เป็นการสื่อสารผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้เวลาอยู่กับหน้าจอแบบนี้นานๆ คนเดียว โดยไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันแบบ Face to Face ก็อาจทำให้ครู และอาจารย์เกิดอาการ Burnout หรือภาวะหมดไฟในการทำงานได้

EDUCA รวบรวม 9 เทคนิคสำหรับการ Teach from Home ทั้งการเตรียมการสอนสำหรับช่วงเปิดเทอม ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญให้กับครูสามารถจัดการตัวเอง ทั้งด้านการทำงาน และชีวิตส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

1.เตรียมพร้อมด้านอุปกรณ์ และโปรแกรม แม้จะมีหลายโปรแกรมที่ครูสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีในการสอนออนไลน์ แต่บางโปรแกรมก็อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ระยะเวลาในการออนไลน์ หรือจำนวนผู้เข้าร่วมกลุ่ม ซึ่งหากครูต้องการใช้งานโปรแกรมได้เต็มรูปแบบจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ดังนั้น ควรสอบถามถึงการสนับสนุนไปทางโรงเรียน โดยโรงเรียนบางแห่งมีความพร้อมที่จะซื้อโปรแกรมสำหรับใช้งานรายปีให้กับครู ทั้งระดับชั้น โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมนี้ หากครูมีโปรแกรมช่วยบันทึกคะแนนนักเรียน หรือโปรแกรมช่วยตรวจข้อสอบ ก็จะช่วยลดภาระงานของครูได้มากทีเดียว

2.ทำความเข้าใจกับสมาชิกในบ้าน ถ้าต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางของบ้านในการสอนออนไลน์ ก็ควรพูดคุย และทำความเข้าใจกับสมาชิกในบ้านก่อน ว่ามีสิ่งใดบ้างที่พวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง หรือไม่ควรทำอะไรที่จะรบกวนการสอนออนไลน์ สำหรับบ้านที่มีเด็ก ก็ต้องหาพื้นที่ให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมเป็นสัดส่วนในขณะนั้น หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ก็ต้องให้สมาชิกในบ้านมาช่วยดูแลแทนก่อน

3.ทำภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย ควรทำภารกิจส่วนตัวต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มสอน ทั้งการอาบน้ำ แต่งตัว การรับประทานอาหาร ชงกาแฟ รวมถึง การอัพเดตข่าวสาร เช็กอีเมล์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าครูเสียเวลาไปกับกิจกรรมเหล่านี้เป็นระยะๆ ระหว่างการทำงาน ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในภาพรวมได้

4.วางแผนงานที่ต้องทำ วางแผนการทำงานให้ชัดเจนว่าแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง และต้องใช้เวลานานเท่าไร โดยเรียงลำดับจากงานที่สำคัญที่สุดก่อน ซึ่งไม่เพียงแต่วางแผนเกี่ยวกับงานด้านการสอนอย่างเดียว ควรมองครอบคลุมไปถึงงานบ้านที่ต้องทำด้วย

5.ตั้งเตือนเวลาบนมือถือ เพราะการสอนจากที่บ้านไม่มีเสียงออด หรือระฆังคอยเตือนเวลาเหมือนการสอนที่โรงเรียน ดังนั้น ครูควรตั้งเวลาในการจัดการเวลา โดยอาจใช้โทรศัพท์มือถือในการกำหนดเวลา หรือตั้งเตือนสำหรับงานที่ต้องทำ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักใช้เวลาทำงานต่างๆ นานกว่าที่เราคาดการณ์ไว้

6.เตรียมอาหารการกินให้พร้อม ครูควรเตรียมอาหารให้เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่คืนก่อนหน้า หรือในตอนเช้า เพื่อลดความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นระหว่างวัน พร้อมทั้งกำหนดเวลาพักรับประทานอาหาร และเวลาพักเบรกสั้นๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้สมอง และร่างกายไม่ล้าจนเกินไป

7.ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ Teach from Home ไม่ได้หมายความว่าต้องสอน หรือทำงานอยู่ในตัวบ้านอย่างเดียว ครูอาจเลือกว่าในแต่ละวันจะทำงานตรงไหนของบ้าน ซึ่งอาจเปลี่ยนบรรยากาศมาสูดอากาศ หรือทำงานในสวนก็ได้ ขอเพียงเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี เพื่อให้การทำงานไม่ติดขัด และไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก เพราะหัวใจสำคัญคือ การสร้างสภาพแวดล้อม และบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข

8.ทำงานอดิเรก หลังจากทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ก็อย่าลืมให้เวลากับงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ เพื่อได้ทำในสิ่งที่รัก และเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน หรืออาจหากิจกรรมสนุกๆ ทำอย่างการออกกำลังกายผ่าน YouTube ทำกับข้าวหรือขนมอร่อยๆ อ่านหนังสือ หรือดูซีรีส์ เป็นต้น

9.พูดคุยกับเพื่อนครูคนอื่น ช่วงเวลาของการอยู่บ้านสำหรับการเตรียมการสอนสำหรับเทอมหน้า ตรวจข้อสอบเด็ก หรือสอนออนไลน์ ทำให้ครูไม่ได้พบปะเพื่อนครูบ่อยเหมือนเดิม ซึ่งไม่แปลกถ้าครูจะรู้สึกเหงาบ้าง แต่ครูสามารถใช้กลุ่มแชทในการพูดคุย หรือปรึกษาประเด็นต่างๆ กับเพื่อนครู ไม่ว่าจะการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ สอบถามเรื่องงาน หรือเรื่องสัพเพเหระทั่วไป

ทั้งนี้ แม้การปรับรูปแบบการสอน และการทำงานเป็นแบบออนไลน์ จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับครูไทย เพราะมีความท้าทายกับเครื่องมือ และโปรแกรมที่อาจยังไม่คุ้นชิน รวมถึง ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันครั้งใหญ่ แต่วิกฤตโควิด-19 ถือเป็นโอกาสที่ทำให้ครูได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตที่คาดเดาไม่ได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ครูต้องไม่ลืมรักษาสมดุลระหว่างการทำงาน และดูแลสุขภาพกายใจให้มั่นคง เพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน