หยั่งเสียง…คนการศึกษา’ ปรับครม.โยก ‘ครูตั้น- สุวิทย์’

30.04.20 | 09:59 น.
หยั่งเสียง…คนการศึกษา’ ปรับครม.โยก ‘ครูตั้น- สุวิทย์’

หมายเหตุ – ตามที่มีกระแสปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย ให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และให้นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท กลุ่มสามมิตร มาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. และให้นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ประธานส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แทนนายสุวิทย์ เมษินทรีย์

“มติชน” จึงสอบถามความคิดเห็นคนแวดวงการศึกษา ถึงความเหมาะสมของการปรับครม. ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ส่วนตัวมองว่า ยังไม่ควรเปลี่ยนทั้งสองตำแหน่ง หากเปลี่ยนตอนนี้ก็เหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก ไม่อยากให้รีบร้อน โดยในส่วนของนายณัฏฐพล ตอนนี้งานหลายอย่างกำลังเดินไปข้างหน้า ทั้งการเรียนออนไลน์ และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างน้อยตอนนี้ก็เห็นแนวทางแล้วว่าจะปฏิรูปกันอย่างไร ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้คงทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้ยาก ทั้งนี้เท่าที่ดูช่วงหลังนายณัฏฐพล รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่ท้วงติงมากขึ้น หลายเรื่องเปิดกว้างให้สังคมได้เข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า คิดว่าคงมีหลายเรื่องที่ต้องอาศัยทิศทางและนโยบายทางการเมือง ซึ่งนายณัฏฐพล เองก็น่าจะมีข้อมูลเพียงพอประกอบการตัดสินใจได้ดีพอสมควร

Advertisement

ส่วนที่จะให้นายอนุชา มาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. แทนนั้น เหมือนเป็นโควตาการเมืองมากกว่า หากเป็นไปตามกระแสข่าวจริง เหมือนให้คนที่ไม่เหมาะสม เข้ามาดูแลงานการศึกษา และหากจะพูดกันตามจริง ตอนนี้นายณัฏฐพล ดูจะมีภาษีดีกว่านายอนุชา ถ้าถามความเห็นก็ยืนยันว่า ยังไม่ควรเปลี่ยนทั้ง ศธ. และอว. เพราะจะทำให้การทำงานไม่เดินไปข้างหน้า กลับไปกลับมา เพราะจากสถิติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ศธ.มีรัฐมนตรีว่าการศธ. รวม 22 คน ดำรงตำแหน่งเฉลี่ยคนละ 1 ปี 6 เดือน ไม่มีผลกับการพัฒนา ทำให้การศึกษาอยู่กับที่ สิ่งที่ทำอยู่จึงกลายเป็นเหมือนนโยบายไฟไหม้ฟาง”

วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)อีสาน และ ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.)

“ตอนทราบกระแสปรับครม.ผมเองก็ตกใจ และเชื่อว่าชาวอุดมศึกษาทุกคนก็คงตกใจ เพราะจากที่ได้สัมผัสและทำงานร่วมกับนายสุวิทย์ ผมเห็นว่า มีความตั้งใจ และมีนโยบายชัดเจน เหมาะสมที่จะดูแลอุดมศึกษาในช่วงนี้และทำงานได้ดี มีทิศทางที่ชัดเจน ตอนนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็พอจะเข้าใจแล้วว่า จะทำงานทั้งวิชาการ และงานวิจัยอย่างไรให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ และการพัฒนาประเทศ ส่วนตัวผมไม่อยากให้นำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษา ทั้งในส่วนอุดมศึกษา และศธ. เพราะจะทำให้การศึกษาเดินไปได้ยาก อีกทั้งมองว่ารัฐบาลนี้เลือกคนเข้ามาดูแลการศึกษาได้ค่อนข้างดี ทั้งนายณัฏฐพล และนายสุวิทย์ หากการเมืองเข้ามาแทรก และให้ปลัดทำงาน ก็จะเกิดปัญหา”

ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.)

“ผมคิดว่า ตอนนี้ยังไม่ควรเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการศธ. ขณะนี้มีการเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม ดังนั้นจึงต้องการความต่อเนื่องของนโยบาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ มีผลต่อนักเรียนกว่า 10 ล้านคน รวมถึงอยากให้นายณัฏฐพล สานต่อเรื่องการเรียนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพก่อน ไม่ใช่เปลี่ยนไปมาตามการเมือง ทั้งนี้การทำงานของนายณัฏฐพล เท่าที่ดูก็เห็นว่าพยายามทำตามนโยบายรัฐบาล แม้จะยังไม่มีผลงานโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์ แต่ก็ยังไม่มีอะไรน่าเกลียด ส่วนนายอนุชานั้น หากจะมาจริง ก็น่าจะเป็นเหตุผลทางการเมือง ใครเข้ามาก็ต้องดูแลศธ. เพราะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก”

อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มร.นม.)

“การปรับครม.ต้องดูจากผลงานในรอบปีของรัฐมนตรีแต่ละคน หากทำงานไม่เป็นไปตามนโยบายก็ควรเปลี่ยน แต่เท่าที่ดูการปรับครั้งนี้ เป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในพรรคพปชร. เป็นเรื่องการเมืองภายใน ดังนั้นเป็นเหตุผลข้อแรกที่ไม่ควรปรับเปลี่ยน เมื่อมาไล่ดูตัวบุคคล นายสุวิทย์ ถือว่าเป็นคนในวงการศึกษา เข้าใจบริบทการทำงานทั้งในอว.และศธ.ได้ดีกว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาผมถือว่านายสุวิทย์ สอบผ่านแม้จะยังไม่ดีมาก ตรงนี้มองไปที่อนาคต แต่ลืมมองสภาพปัญหาการทำงานในปัจจุบัน ยังถือว่าสามารถทำงานกับมหาวิทยาลัยต่อไปได้ อีกทั้งให้นายสุชาติ ด้วยเหตุผลการเมืองต่างตอบแทน ก็ยิ่งถือว่าไม่เหมาะสม นายสุชาติ เป็นนักธุรกิจ ไม่มีองค์ความรู้เรื่องโครงสร้างการศึกษา หากให้มานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการอว. ถือเป็นการสร้างตราบาปให้กับประเทศชาติ เป็นสิ่งที่คนอุดมศึกษารับไม่ได้ อย่าเอาเรื่องการศึกษามาเป็นสิ่งตอบแทนทางการเมือง

ส่วนนายณัฏฐพล แม้ผมจะให้คะแนนการทำงานผ่านคาบเส้น แต่การเลือกคนมาแทน ก็ควรเลือกให้ดีกว่านี้ นายอนุชา มาจากการเมืองท้องถิ่น ไม่มีความรู้ด้านการศึกษา อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้กระทรวงด้านการศึกษา ทั้งอว. และศธ. เป็นหน่วยงานสำคัญของประเทศ การเลือกรัฐมนตรีมาทำงาน จึงต้องเลือกคนให้เหมาะสม ไม่ใช่ให้ใครก็ได้เข้ามาทำงาน หรือทำให้เป็นกระทรวงที่ใช้ตอบแทนทางการเมือง”