ความคืบหน้ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา บังคับใช้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ และ มรภ.ชัยภูมิ และเตรียมบังคับใช้กับมหาวิทยาลัยอีก 20 แห่ง ที่มีปัญหาการสรรหาอธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา รวมทั้ง มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเกินกว่าที่ขอแจ้งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยคาดว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จะเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่อาจโดนคำสั่ง คสช.ในรอบต่อไป เพราะมีปัญหาเรื่องการสรรหานายกสภา และอธิการบดีนั้น
นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มก.เปิดเผยว่า มก.ไม่น่าจะมีชื่อติด 1 ใน 20 มหาวิทยาลัย ที่จะอยู่ในคำสั่ง คสช.เพราะไม่มีความขัดแย้งเรื่องธรรมาภิบาล ที่ผ่านมาอาจมีปัญหาเรื่องการสรรหานายกสภา ที่เคยเสนอชื่อไปที่ สกอ.แต่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และความเห็นที่ไม่ตรงกัน สกอ.จึงให้สรรหานายกสภาใหม่ ทาง มก.จึงได้สรรหานายกสภาคนใหม่ตามกระบวนการ ซึ่งขณะนี้รายชื่อนายกสภาคนใหม่อยู่ที่ สกอ.โดยอยู่ระหว่างการเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และหากได้รับโปรดเกล้าฯ แล้ว ทีมของนายกสภาชุดใหม่จะทำหน้าที่สรรหาอธิการบดีคนใหม่ตามขั้นตอน ซึ่งเป็นไปตามระบบอยู่แล้ว อีกทั้งเร็วๆ นี้ ทราบว่าจะมีการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. … ที่จะให้อำนาจกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.จัดการกับมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา โดยเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ถ้าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านออกมาบังคับใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44
“ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการนำมาตรา 44 มาบังคับใช้กับระบบการศึกษาที่เป็นปัญหาบางจุด เช่น เรื่องธรรมาภิบาล ควรใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาระดับชาติ หรือเรื่องมาตรฐานการศึกษา ที่เป็นปัญหาใหญ่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว ในฐานะเป็นอาจารย์ ต้องน้อมรับปฏิบัติตาม และไม่ปฏิบัตินอกเหนือกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า มก.ไม่โดนมาตรา 44 แน่นอน” นายจงรักกล่าว
น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบหมายให้ สกอ.เชิญมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทั้งรัฐ และเอกชน เข้าฟังการชี้แจงการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภา ซึ่งในคำสั่งกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภา 2 แห่งแล้ว อาจรับตำแหน่งนายกสภา หรือกรรมการสภาอีกได้ไม่เกิน 1 แห่ง ส่วนผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกสภา อยู่ 1 แห่งอาจจะรับตำแหน่งนายกสภา หรือกรรมการสภา ได้อีกไม่เกิน 2 แห่ง กรณีดำรงตำแหน่งกรรมการสภาครบ 4 แห่ง ไม่อาจรับตำแหน่งนายกสภา หรือกรรมการสภาได้อีก เนื่องจากการดำรงตำแหน่งนายกสภา กรรมการสภาหลายแห่ง ทำให้การบริหารมหาวิทยาลัยขาดประสิทธิภาพ ส่วนจะเป็นเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ อยู่ระหว่างดำเนินการ
“ดิฉันอยากเตือนมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่อยู่ระหว่างสรรหานายกสภา กรรมการสภา ให้ดำเนินการให้รอบคอบ และเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหา ทำให้การแต่งตั้งล่าช้า เพราะหาก สกอ.ตรวจสอบแล้ว ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อมีคุณสมบัติไม่ครบตามที่กำหนด ก็ต้องส่งกลับให้มหาวิทยาลัยทบทวนใหม่ ล่าสุดเพิ่งส่งเรื่องการแต่งตั้งนายกสภาของ มรภ.เทพสตรี จ.ลพบุรี กลับไปให้มหาวิทยาลัยทบทวน เนื่องจากรายชื่อที่เสนอมา เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภา ประมาณ 5 แห่งแล้ว” น.ส.อาภรณ์กล่าว
นางอาภรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการเสนอชื่อนายกฤษณพงศ์ กีรติกร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เป็นนายกสภา มก.นั้น ทาง มก.ยังไม่ส่งเรื่องมาให้ สกอ.พิจารณา เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ขณะนี้มีเพียงหนังสือจากฝ่ายค้าน และฝ่ายสนับสนุน หาก มก.เสนอเรื่องมา ก็จะนำประเด็นต่างๆ มาพิจารณา รวมถึง ตรวจสอบการดำรงตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภา ด้วยโดยจะต้องไม่เกินตามที่คำสั่ง คสช.กำหนด
นายกฤษณพงศ์กล่าวว่า ขณะที่ตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภาเกือบทุกแห่งแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา แห่งเดียว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่กังวลในเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ

