ห่วง ร.ร.ใน กทม.เรียน 25 คนต่อห้องยาก แจงนักเรียนเยอะ แต่พื้นที่จำกัด
ห่วงโรงเรียนใน กทม. – เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการเปิดการเรียนการสอนออนไลน์ “โรงเรียนหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” ว่า การเรียนการสอนออนไลน์เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่ ศธ.คิดรูปแบบเพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 กรกฎาคม เท่านั้น ศธ.ขอย้ำว่ายังให้นักเรียนเข้ามาเรียนในโรงเรียน โดยยึดมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น การเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ เป็นระยะ รวมถึงการจำกัดจำนวนนักเรียนในห้องเรียนไม่เกิน 25 คน เป็นต้น ทั้งนี้ การปฏิบัติ และมาตรการต่างๆ จะขึ้นอยู่กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) บริหารจัดการ
นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ตนกังวลเกี่ยวกับโรงเรียนที่อยู่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะโรงเรียนมัธยม เพราะมีนักเรียนจำนวนมาก แต่พื้นที่จำกัด ฉะนั้น การเรียนการสอนที่ให้นักเรียนผลัดกันมาเรียน อาจะทำให้ครูทำงานหนักขึ้น โดย ศธ.วางแผนช่วยเหลือไว้ เช่น นำบุคลากรที่เพิ่งจบการศึกษา ไม่ว่าจะจบครูมาหรือไม่ก็ตาม แต่จบในสาขาที่ตรงกับความต้องการ มาเป็นผู้ช่วยครู เป็นต้น
“การจัดการทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวัด, สพท.และโรงเรียน จะบริหารจัดการตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม ศธ.แค่ออกมาตรการที่เป็นมาตรการกลางเท่านั้น ทั้งนี้ พื้นที่จะออกแบบการเรียนการสอนโดยยึดความปลอดภัยของนักเรียน และความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องทุกคนเป็นที่ตั้ง ผมมั่นใจว่าการตัดสินใจต่างๆ จะเชื่อมต่อกันได้ เพื่อจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนในแต่ละพื้นที่ได้” นายณัฏฐพล กล่าว
นายณัฐพลกล่าวต่อว่า วันนี้ ศธ.เห็นตัวอย่างการเรียนการสอนออนไลน์ในกรุงเทพฯ ต่อไปต้องดูการเรียนการสอนในต่างจังหวัด และพื้นที่ห่างไกล ว่าแต่ละพื้นที่มีปัญหาความต้องการอย่างไรบ้าง และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร เชื่อว่าโรงเรียนในกรุงเทพฯ จะสามารถบริหารจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้ แต่ในอนาคต ศธ.จะต้องขอความร่วมมือจากเอกชน หน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้ครบถ้วน เพื่อให้นักเรียนได้รับการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
“ขอย้ำอีกครั้ง หากเกิดวิกฤตมากกว่านี้ การเรียนการสอนจะไม่สามารถทำได้เท่าในอดีต เราต้องปรับตัวหาสิ่งที่เป็นสาระตรงที่จะถ่ายทอดให้นักเรียนโดยตรง ดังนั้น การเรียนการสอนจะต้องเปลี่ยนไปด้วย จากการสำรวจพบว่ามีประมาณ 10% ที่เข้าไม่ถึงการเรียนการสอนทางออนไลน์ และทางสื่อโทรทัศน์ เช่น มีปัญหาในการเชื่อมต่อสัญญาณโทรทัศน์ กระแสไฟเข้าไม่ถึง เป็นต้น สพท.และโรงเรียน จึงต้องวางแผนจัดการเรียนการสอน เช่น เรียนในโรงเรียน หรือพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน เป็นต้น” นายณัฏฐพล กล่าว

