“การศึกษาของเยาวชน” คือการเรียนรู้ปัญญาเพื่อการเป็นมนุษย์ที่ดี เป็นการเรียนรู้ในช่วงวัยบริสุทธิ์สวยงาม นักเรียนมีพลังคิดลึกซึ้งสร้างปัญญาอิสระ แต่เส้นทางมัธยมศึกษาของเด็กไทยที่เห็นและเป็นอยู่ ใช่ว่าจะราบรื่นประสบผลสำเร็จทั้งหมดทุกคน ยังมีอีกหลายเรื่องของนักเรียนที่ฟังแล้วชวนเวทนา บทความนี้ผู้เขียนเสนอสภาวะ 4 ประการที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการพัฒนาปัญญาของเด็กนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาไทย
สภาวะของนักเรียน ชีวิตหลังสมัยใหม่ คุณค่าบางอย่างถูกปลดลดทอนย้ายที่หรือถูกทำลายลงอย่างสิ้นรากถอนโคน แม้แต่คุณค่าความเป็นมนุษย์ นอกจากปัญหาปรัชญาการมีอยู่ ยังมีปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า นักเรียนมัธยมเป็นเสมือนผู้ถูกกวาดต้อนเข้าไปอยู่ในพื้นที่อำนาจที่ไร้การตรวจสอบ โดยมีบุญคุณและความกตัญญูเป็นเงื่อนไขกำหนดสิทธิหน้าที่และสัมพันธภาพ แต่การอยู่กับครูในพื้นที่และเวลาที่ถูกกำหนดไว้ตายตัวเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการล่วงละเมิดเด็กนักเรียน แต่นักเรียนไม่ผิดที่เชื่อว่าครูทุกคนจะรัก เมตตา และเข้าใจแบบไม่มีเงื่อนไขต่อรอง เธอถึงได้เชื่อใจเดินเข้าไปหาครู หน้าที่ครูคือเมตตาเธอและดึงเธอลุกขี้นเพื่อเดินไปข้างหน้า
สภาวะการเป็นครู ด้วยการมีอำนาจอภิสิทธิ์ใกล้ชิดนักเรียนหญิงวัยรุ่น ต้องอาศัยความเข้มแข็งหนักแน่นทางจริยธรรมความเป็นครูที่แท้กำกับเสมอ เพราะครูแต่ละคนเติบโตมาไม่เหมือนกัน บางคนมาจากครอบครัวฐานะดี ย่อมประสบผลสำเร็จในอาชีพครูได้ไม่ยาก แต่บางคนมาจากครอบครัวปานกลาง ความประพฤติและความคิดทางศีลธรรมจรรยาจึงต่างกัน แต่ครูทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกด้วยข้อสอบมาตรฐานเดียวกัน ทำงานด้วยแบบแผนเดียวกันบนอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ จึงมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว หากนำผลการทำงานไปประกอบการเลื่อนขั้นเงินเดือนด้วยแล้ว ความกังวลเหล่านี้จะกลายเป็นภูเขากดทับ
แต่นิสัยหรือสันดานของครูแต่ละคนจะตรวจสอบยาก ครูที่ธาตุธรรมสูงจะไม่หวั่นไหวพ่ายแพ้ต่อกิเลสชักนำ ครูที่ธาตุธรรมต่ำมักแพ้ต่อตัณหายั่วยุ ครูบางคนเจอแรงกดดัน อาจเสียความเชื่อมั่นและจุดยืนทางศีลธรรม แถมมีเรื่องกดดันอื่นอีก เช่น ภาวะกดดันความยากจนกับหนี้สิน จากตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และจากการกังวลต่อการใช้อำนาจของผู้อำนวยการโรงเรียน แม้เชื่อว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มั่นคงปลอดภัย แต่เมื่อเกิดการเสียดทานกับแรงกดดันเป็นเวลานาน ทำให้ครูเครียดและหาทางออก หากไปบังคับนักเรียนมีเพศสัมพันธ์ด้วย จะเป็นการประพฤติชั่วร้ายแรง
สภาวะการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน บางคนเหมือนพระ นิ่ง สงบและสมถะ แต่หวงเงิน บางคนเหมือนผู้วิเศษ ทำงานเร็ว ปรับพื้นที่ภูมิทัศน์ สร้างหลังคาทางเดิน บันไดเชื่อมอาคาร และเหมือนนักการเมือง พูดเก่ง ใจถึง ใช้เงินหนัก และบางคนกินงบ กินเหล้า กินผู้หญิง กินครูสาวสวย และกินเด็กนักเรียนดังที่เป็นข่าวอยู่เสมอ ผู้อำนวยการโรงเรียนบางคนบริหารงานได้ดีเยี่ยมน่าสรรเสริญ แต่บางคนบริหารงานล้มเหลว อายุราชการน้อย ประสบการณ์เบา แค่ท่องตำราสอบผ่าน วุฒิภาวะผู้นำไม่พอ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ส่วนคนเป็นมานาน ชอบเข้าหาเจ้านายเพื่องบประมาณและย้ายเข้าโรงเรียนใหญ่ บางคนศึกษาต่อหรือทำธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นมูลเหตุให้เกิดสภาวะอ่อนแอหรือป่วยไข้ทางจรรยาบรรณ ที่ทำให้คุณภาพการสอนตกต่ำและการบริหารจัดการโรงเรียนล้าหลัง เพราะวิสัยทัศน์และธรรมาภิบาลต่ำกว่ามาตรฐานขาดการทุ่มเทเสียสละ และในทางปฏิบัติและกฎหมายราชการ ในกรณีที่มุกดาหาร ถ้าผู้อำนวยการโรงเรียนบริหารงานให้เกิดผลดีต่อนักเรียนไม่ได้ แต่ปล่อยละละเลยให้เกิดเหตุร้ายแรงก็ไม่สมควรให้เป็น
สภาวะการใช้ระเบียบและกฎหมายจารีตนิยมทางการศึกษา สภาวะอ่อนแอของนักเรียน ครู และผู้อำนวยการโรงเรียน มีสภาวะอ่อนแออื่นเป็นตัวหนุน เช่น สภาวะอ่อนแอการใช้ระเบียบและกฎหมาย การใช้หลักสูตร การใช้มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัด การเรียนและการวัดผล นโยบายปฏิรูปการศึกษา และการรักษาวินัยและจรรยาบรรณครู การรับผลประโยชน์จากเงินงบประมาณ การบริหารจัดการที่ไม่เป็นธรรม โดยมีวุฒิบัตรจากการประเมินรองรับไว้ไม่ให้ร่วงหล่น เพื่อรักษาอำนาจ ผลประโยชน์และตำแหน่งเงินเดือนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อำนาจบนพื้นที่การเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา กรณีล่าสุดครูกระทำชำเรานักเรียนอายุไม่เกิน 15 ปี ถือเป็นสภาวะอ่อนแอขั้นวิกฤต เป็นเรื่องอัปยศในวงการศึกษา เป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงในประวัติศาสตร์มัธยมศึกษาไทยในรอบ 100 ปี สร้างความสะเทือนใจให้ประชาชนมากที่สุด แต่ยังมีครูผู้หญิงเขียนถึงผู้ต้องหาว่า เป็นคนทำงานดี มีครอบครัวและลูก ไม่เคยทำให้เธอเสียใจ ส่วนครูอีกคนหนึ่งเขียนว่า ใครไม่อยากให้ลูกหลานถูกข่มขืนก็สอนลูกตัวเองอยู่ที่บ้าน อย่าส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียน เพราะครูไม่ใช่พระอิฐพระปูน นักเรียนที่แจ้งความเป็นคนเนรคุณ น่าตกใจที่ไม่พูดถึงเด็กหญิงที่ถูกอนาจาร การพูดเช่นนี้เหมือนกระทำชำเราเด็กนักเรียนซ้ำอีก สภาวะอ่อนแอเกิดขึ้นได้บ่อย เพราะเชื่อมโยงผลักดันกันกับสภาวะอ่อนแอของวิธีคิดและวิธีปฏิบัติราชการด้านอื่น เช่น สภาวะอ่อนแอจากการเขียนของบประมาณและจากการเลื่อนขั้นเงินเดือน เป็นวัฒนธรรมกระดาษที่หาความจริงไม่ได้ มากกว่าจะเป็นการสร้างคุณภาพนักเรียนให้มีความรู้และจริยธรรม
สัมพันธภาพครูกับนักเรียนเป็นสุนทรียปัญญาจริยธรรม โรงเรียนมัธยมศึกษาเป็นพื้นที่อภิสิทธิ์ตามกฎหมายรัฐราชการกึ่งเผด็จการ อำนาจและผลประโยชน์ครู ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นสภาวะอ่อนแอล้าหลังเกาะกินทุกส่วนจนถูกแปรสภาพเป็นวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ และพันธกิจสวยงามหลอกตาด้วยสารพัดพิธีกรรมประเมินที่ลดคุณค่าความเป็นจริงลง แต่อีกด้านหนึ่ง คนในสังคมยกย่องครูเป็นแสงเทียนส่องทาง สัมพันธภาพของครูกับนักเรียนจึงเป็นความงามของชีวิตบนสุนทรียภาพปัญญาและจริยธรรม ไม่มีผลประโยชน์ชั่วร้ายแอบแฝง แม้เผชิญโรคระบาดและเศรษฐกิจ โรงเรียนยังเป็นบ้านของนักเรียนที่ครูคอยห่วงใยเอาใจใส่และอบรมสั่งสอนด้วยคุรุจิตประเสริฐและเสียสละ คำกล่าวที่ว่า ไม่มีนักเรียนที่สอนไม่ได้ มีแต่ครูที่สอนไม่เป็น จึงเป็นจริงมาทุกยุคทุกสมัย
สภาวะอ่อนแอ บนพื้นที่อำนาจและผลประโยชน์ครูและผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นสภาวะป่วยไข้และเป็นสาเหตุใหญ่หนุนนำการกระทำชำเราเด็กนักเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐต้องลงโทษครูที่ก่อเหตุให้หนัก และไม่ให้กลับเข้ามาใช้อำนาจล่วงละเมิดเด็กอีก หากตัดคำว่าครูกับนักเรียนออกไป การกระทำเช่นนี้เป็นอาชญากรรมร้ายแรง รัฐต้องพิจารณาโทษผู้อำนวยการโรงเรียนที่ปล่อยปละละเลยและยุบโรงเรียนที่เกิดเหตุลงเป็นพื้นที่เยียวยาทางจริยธรรมอย่างเร่งด่วน
หลักสำคัญของสังคมที่มีอารยะคือ การสร้างพื้นที่และเอาใจใส่เด็กนักเรียนให้รอดพ้นจากสิ่งชั่วร้าย ให้เขาได้เรียนรู้เติบโตเข้าถึงการศึกษา การงานและมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่หน้าที่พ่อแม่และครูอาจารย์เท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านเมืองนี้ด้วย

