ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเมธีธรรมาจารย์(ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย(ศพศ) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับผลการประชุมขององค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศภายหลังดีเอสไอแถลงแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องกับคดีรถยนต์โบราณยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ)เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครองและพระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เป็นผู้เกี่ยวข้อง ว่า ผลการประชุมขององค์กรพุทธและภาคีเครือข่าย(ในช่วงภาวะวิกฤตของคณะสงฆ์ไทยเวลานี้) ที่ประชุมได้กำหนดกรอบ แนวคิดและหลักปฏิบัติ ดังนี้ กรอบในการปรึกษาหารือภายหลังดีเอสไอได้แถลงผลการสอบรถยนต์โบราณในพิพิธภัณฑ์ของวัดปากน้ำภาษีเจริญ ดังนี้ 1.ท่าทีของแต่และฝ่าย ซึ่งกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะทำงานได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อประเมิน สรุปและยืนยันถึงท่าทีของแต่ละฝ่าย เช่น ภาครัฐ ผู้มีอำนาจ ฝ่ายคัดค้านรวมทั้งมวลชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบถึงจุดยืนที่ชัดเจนของแต่ละฝ่าย 2.สถานะที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย ให้มีการวิเคราะห์ถึงสภาพภายในที่แท้จริงของทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวว่าแท้จริงพวกเขามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน อย่างไร วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่อิงอาศัยและเกื้อหนุนซึ่งกันและกันในการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าว รวมทั้งยุทธศาสตร์ว่ามีอะไรบ้าง และเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร
3.ศักยภาพในการดำเนินการ ให้วิเคราะห์ให้ละเอียดว่าภายในของแต่ละกลุ่มนั้นมีศักยภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร มีคนมากน้อยแค่ไหน เดินเกมอะไร อะไรคือฐานกำลังที่สนับสนุนให้ทำแบบนั้นและเหตุจูงใจในการเดินแต่ละครั้ง และอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาให้ได้ 4.ปัจจัยทางการเมือง กลุ่มต่างๆ มีเหตุปัจจัยอะไรที่เป็นเรื่องทางการเมืองหนุนหลัง ใครเป็นคนของใคร ใครเป็นม้ารับใช้ใคร เพื่อทำลายใคร มีผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างไร ทำลายใครแล้วใครได้ใครเสีย และพระสงฆ์ คณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาถูกนำไปเชื่อมโยงในเรื่องนี้ได้อย่างไร 5.ผลกระทบ วิเคราะห์ถึงผลกระทบของทุกภาคส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่าการกระทำทั้งหลายทั้งปวงนี้จะส่งผลกระทบต่อคณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาและประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร 6.ยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว องค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศยืนยันว่าจะมีการเคลื่อนไหวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแน่นอนโดยให้มีการข่าวด้านลึกละเอียดรอบคอบ การรวบรวมข้อมูลให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความแม่นยำ ถูกต้อง การกำหนดยุทธศาสตร์ให้ไวและทันต่อเหตุการณ์ การดำเนินการและเป้าหมายให้ชัดเจนเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ ในการนี้ องค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศได้มีมติในการเคลื่อนไหว 6 ข้อ สำหรับมติสำคัญทั้ง 6 ข้อนั้น ให้ถือเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาในทางปฏิบัติและเพื่อความปลอดภัยของมวลสมาชิกผู้นำไปปฏิบัติในทุกภาคส่วนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติม พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า ไม่สามารถให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กได้ แต่ยืนยันได้ว่าจะดำเนินการเคลื่อนไหว 6 ข้อดังกล่าว แต่บอกไม่ได้ว่าทั้ง 6 ข้อมีอะไรบ้าง

