หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา สู้วิกฤตโควิด...

สู้วิกฤตโควิด-19 คนละมือ ระดมทุนช่วยน้องอิ่มช่วงปิดเทอม

14.06.20 | 11:04 น.

สู้วิกฤตโควิด-19 คนละมือ ระดมทุนช่วยน้องอิ่มช่วงปิดเทอม

โควิด-19 – วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาด แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ท่ามกลางกระแสการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็กๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม ทำให้เด็กๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสน คงจะไม่มีผลกระทบใดๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจน เราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ., ตชด.และ อปท.กว่า 400,000 คนทั่วประเทศ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับ เนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น

Advertisement

“ปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้น คือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้น พบว่าเด็กๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไป จึงทำให้เด็กเหล่านี้ ประสบสภาวะทุพโภชนาการ และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ดร.ประสาร กล่าว

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กสศ.จึงเร่งเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้น กสศ.ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบฉุกเฉิน รวม 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน เฉลี่ยแล้วจะได้เพียงคนละ 20 บาทต่อวันเท่านั้น ซึ่งเงินจำนวนนี้ นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ.ได้เยียวยาเด็กๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอม ที่ กสศ.จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็กๆ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครู เพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียนยากจน และจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่า เด็กๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และถิ่นทุรกันดาร มักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็กๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้น ยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหาร เนื่องมาจากโดยปกติ เด็กจะพึ่งพาอาหารเช้า และอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น จึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ

การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกิน คงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้ มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม และต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่มฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง หากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ จะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียน และพัฒนาการทางสติปัญญา

“ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหา จะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร หรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียน เนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้น เมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไป จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” อาจารย์ประสง่า กล่าว

ทั้งนี้ สามารถบริจาคเงินในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับ กสศ.ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือ www.eef.or.th/donate-covid/ ได้

เพราะปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนาน อาจเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาว มีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ จนส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้น จำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด

ส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็ก และกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย