‘ณัฏฐพล’ ลงพื้นที่สุพรรณฯ เยี่ยม ร.ร.เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ที่โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล และศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 5 จ.สุพรรณบุรี ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ศธ. ต้องปรับการเรียนการสอนในโรงเรียนบางส่วน โดยมีการผสมผสานการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนและที่บ้าน ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีบริบทที่แตกต่างกัน และเมื่อใกล้เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 กรกฎาคม ทำให้ ศธ. มีโอกาสได้เห็นการปรับตัวของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนขนาดเล็ก หรือโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ต่างมีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ละแห่งจัดการเรียนการสอนตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและบริบทในพื้นที่เป็นหลัก ทั้งนี้ ศธ.ได้ยืดหยุ่นให้โรงเรียนบริหารจัดการ ซึ่งจากการตรวจเยี่ยม ตนกังวลการบริการจัดการโรงเรียนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโรงเรียนในเมืองที่มีนักเรียนจำนวนมากและมีพื้นที่จำกัด การรักษามาตรการความปลอดภัยจะต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เช่น อาจจะแบ่งนักเรียนมาเรียน สลับวันมาเรียน สลับชั้นเรียนมาเรียน หรือสลับช่วงเวลามาเรียน เป็นต้น
“จากที่ลงพื้นที่ พบว่าโรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนโรงเรียนไหนที่คิดว่าอาจจะไม่สามารถจัดการตามมาตรฐานความปลอดภัยได้ ให้ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หรือดูตัวอย่างจากโรงเรียนใกล้เคียง ทั้งนี้มีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถสลับเวลามาเรียนได้ อาจะเป็นเพราะไม่มีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ โรงเรียน ครู ผู้บริหาร ต้องจัดเวลาเรียนในโรงเรียนให้นักเรียน อย่างไรก็ตามนักเรียนทุกคนต้องได้รับการเรียนการสอนตามมาตรฐานของ ศธ.ส่วนความเข้มข้นการเรียนการสอนนั้น ขึ้นอยู่กับโรงเรียนแต่ละแห่งในการบริหารจัดการ” นายณัฏฐพล กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่จัดการศึกษาให้กับเด็กพิเศษด้วย พบปัญหาและจะวางแผนแก้ไขต่อไป เช่น จำนวนบุคลากร ที่ขณะนี้ยังขาดแคลนอยู่ และอยู่ระหว่างรอบรรจุอยู่ ซึ่งตนขอดูรายละเอียดเรื่องจำนวนคน และงบประมาณที่รัฐจัดสรรมาบ้างแล้ว ส่วนจะเพียงพอหรือไม่ ตนขอดูรายละเอียดและความต้องการบุคลากรในแต่ละด้านเพื่อทำการบรรจุต่อไป

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุม ศบค.มีมติผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ สำหรับการเรียนการสอน อบรม สัมมนา ในรูปแบบวิถีใหม่ ซึ่งการใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนประเภทนานาชาติ หรือโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรนานาชาติ และโรงเรียนนอกระบบ ประเภทกวดวิชา สามารถเปิดทำการได้ ส่วนจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในระบบที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สามารถทำได้ ดังนั้นสถานศึกษาใดพร้อมในการเตรียมการเรียนการสอน ให้เสนอ สพท.หรือหน่วยงานต้นสังกัด และคณะกรรมการศึกษาธิการ (กศจ.) ในแต่ละจังหวัด พิจารณาให้ความเห็นและแนะนำต่อไป แต่ในวันที่ 1 กรกฎาคมจะเป็นวันเปิดภาคเรียน ขอให้โรงเรียนใช้ช่วงนี้ปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมของตนต่อไป

