เปิดผลโพล สพฐ.ประเมินเรียน ‘ออนแอร์’ เฟส 1 น.ร. ‘เข้าใจเนื้อหา-มีความสุข’ เกินครึ่ง!!

16.06.20 | 13:25 น.

เปิดผลโพล สพฐ.ประเมินเรียน ‘ออนแอร์’ เฟส 1 น.ร. ‘เข้าใจเนื้อหา-มีความสุข’ เกินครึ่ง!!

ประเมินออนแอร์ – หลังจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมมือกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระราชูปถัมภ์ (ดีแอลทีวี) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการใช้ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล จำนวน 17 ช่อง จัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านโทรทัศน์ หรือระบบออนแอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19

ซึ่ง ศธ.เริ่มทดลองจัดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน

ช่วงเริ่มทดลองใหม่ๆ ก็มีปัญหาขลุกขลักบ้าง

ล่าสุด สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานผลสำรวจความคิดเห็นต่อความพร้อมการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาด และประมวลผลการทดลองในระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 18-28 พฤษภาคม ผ่าน OBEC POLL มีผู้ตอบแบบสอบถาม 17,916 คน แบ่งเป็น นักเรียน 4,296 คน ครู 7,320 คน ผู้บริหารสถานศึกษา 1,290 และผู้ปกครอง 5,010 คน

จากการสอบถาม 6 ด้านหลัก พบว่า 1.ด้านความพร้อมของระบบ มีอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสมเทคต่างๆ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนทางไกล มี 94% ไม่มี 6% มีคู่มือ ใบงาน ใบกิจกรรม แบบฝึกสำหรับการเรียนการสอนทางไกล มี 88% ไม่ 12% 2.ด้านการเข้าถึงระบบ มีการแนะนำ และการสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์ และการเข้าถึงช่องทางในการจัดการเรียนการสอนทางไกล มี 91% ไม่มี 9% มีช่องทางในการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนทางไกล มี 93% ไม่มี 7%

Advertisement

3.ด้านบทบาทของครู และผู้ปกครอง ครูตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช่ 69% ไม่ใช่ 31% ครูส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการเรียนการสอนทางไกล มี 96% ไม่มี 4% ผู้ปกครองสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของนักเรียน มี 86% ไม่มี 14% 4.ด้านการจัดการเรียนการสอน มีตารางเรียนหรือตารางสอนเพื่อการเรียนการสอนทางไกล มี 97% ไม่มี 3% ครูบันทึกข้อมูลการเรียนการสอน และรายงานผลให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบ ใช่ 88% ไม่ใช่ 12% ครูทบทวนบทเรียน สอนเสริม หากนักเรียนมีข้อสงสัย หรือปัญหาที่เกิดจากการเรียนการสอนทางไกล ใช่ 83% ไม่ใช่ 17%

5.ด้านความเข้าใจของนักเรียน ความสุขในการเรียน นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนผ่านการเรียนการสอนทางไกล มี 65% ไม่มี 35% นักเรียนมีความสนใจ และความกระตือรือร้นในการเรียนการสอนทางไกล มี 67% ไม่มี 33% นักเรียนมีความสุขที่ได้เรียนรู้จากการเรียนการสอนทางไกล มี 56% ไม่มี 44% และ 6.ด้านความพึงพอใจ ผู้เกี่ยวข้องเข้าในสถานการณ์ และให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอน มี 90% ไม่มี 10% มีความพึงพอใจโดยภาพรวมกับการเรียนการสอนทางไกล มี 67% ไม่มี 33%

ทั้งนี้ จากกการวิเคราะห์ข้อคิดเห็นคำถามปลายเปิดเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการเรียนการสอนทางไกล ในด้านความพร้อม พบปัญหาดังนี้ ขาดทุนทรัพย์ในการจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยี 33% ขาดทักษะในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี 21% อุปกรณ์ที่มีอยู่ไม่สามารถใช้งานได้ ล้าสมัย 19% ไม่มีเครื่องพิมพ์ 11% อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร/ ห่างไกลจากโรงเรียน 4% ไม่มีอุปกรณ์ครบจำนวนนักเรียนที่บ้าน 4% ยังไม่ได้รับใบกิจกรรมจากทางโรงเรียน 3% บางระดับชั้นไม่มีใบกิจกรรม 2% งบประมาณในการจัดทำคู่มือ ใบงาน ไม่เพียงพอ 2% โรงเรียนไม่มีการเตรียมความพร้อม 1%

ส่วนด้านการเข้าถึงระบบ พบปัญหาดังนี้ อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร 44% ขาดทุนทรัพย์ 37% ขาดการสนับสนุนช่องสัญญาณ 11% ขาดหน่วยงานแนะนำการใช้ 6% อาศัยกับผู้ปกครองที่ไม่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2%

ด้านบทบาทของครูและผู้ปกครอง พบปัญหาดังนี้ ผู้ปกครองมีภาระในการทำงาน ไม่มีเวลา 44% ยังไม่มีการตรวจเยี่ยมบ้านจากทางโรงเรียน 24% บ้านนักเรียนอยู่ห่างไกล 15% มีนักเรียนจำนวนมาก 6% นักเรียนไม่มีอุปกรณ์สื่อสารหากมีข้อสงสัย 3% มีความลำบากในการเดินทาง 2% ติดต่อผ่านออนไลน์แทนการตรวจเยี่ยมบ้าน 2% มีนักเรียนบางส่วนเพิ่งย้ายเข้ามา 2% ผู้ปกครองไม่สนับสนุนการเรียนการสอนทางไกล 2% และนัดหมายผู้ปกครอง/ นักเรียน มาพบที่โรงเรียนแทนการตรวจเยี่ยมบ้าน 1%

สำหรับด้านการจัดการเรียนการสอน พบปัญหาดังนี้ ยังไม่มีการบันทึก/ รายงานจากครู 21% ครูต้องรับผิดชอบนักเรียนจำนวนมาก 20% การติดต่อเป็นไปด้วยความยากลำบาก 13% นักเรียนไม่พร้อมในการเรียน 12% จัดการเรียนการสอนไม่ครบทุกวิชา 11% เพิ่งเริ่มจัดการเรียนการสอนจึงไม่ได้รายงาน 7% ระยะเวลาในการเตรียมการสอนน้อยเกินไป 6% ครูและผู้ปกครองสื่อสารกันลำบาก 4% รอทบทวนบทเรียนช่วงเปิดเทอม 3% และรายงานกับผู้บริหารสถานศึกษา 3%

ส่วนด้านความเข้าใจของนักเรียน ความสุขในการเรียน พบปัญหาดังนี้ นักเรียนขาดสมาธิ 27% นักเรียนเข้าใจเนื้อหาบางส่วน 20% ครูต้นทางสอนเร็ว นักเรียนตามไม่ทัน 19% นักเรียนอยากไปเรียนที่โรงเรียนมากกว่า 8% การดูหน้าจออย่างเดียวทำให้นักเรียนเบื่อ 7% นักเรียนยังไม่คุ้นชิน 7% นักเรียนไม่มีผู้ปกครองดูแล จึงไม่สนใจเรียน 5% สภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3% นักเรียนขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 2% และชอบการเรียนในห้องเรียนกับครูมากกว่า 2%

ขณะที่ด้านความพึงพอใจ พบปัญหาดังนี้ มีความเลื่อมล้ำกับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อม 27% ผู้ปกครองขาดความพร้อมทั้งด้านการเงินและเวลา 26% เป็นการเพิ่มภาระให้ครูและผู้ปกครอง 13% สิ้นเปลืองงบประมาณของผู้ปกครอง 12% อยากให้นักเรียนได้เรียนที่โรงเรียนเหมือนเดิม 10% ครูมีข้อจำกัดทั้งเวลาและระยะทางในการดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง 5% การเรียนลักษณะนี้นักเรียนต้องมีคนคอยให้คำแนะนำดูแล 3% นักเรียนมีพื้นฐานความรู้แตกต่างกัน 2% ระบบสัญญาณไม่เสถียร 1% และนักเรียนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ไม่ครบ 1%

เมื่อดูจากรายงาน จะพบว่าการเรียนการสอนทางไกลในระยะแรก ภาพรวมนักเรียนเข้าใจเนื้อหา 65% และมีความสุข 56% เท่านั้น จึงเกิดคำถามว่า นักเรียนได้รับความรู้จากการเรียนการสอนผ่านระบบออนแอร์หรือไม่ ??

ประเด็นนี้ นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า การสำรวจครั้งนี้ เป็นการสำรวจระยะแรกเท่านั้น จากนี้ สพฐ.จะรวบรวมข้อมูลอีกครั้ง เพื่อจะแก้ไข และพัฒนาต่อไป คาดว่าจะได้ข้อมูลการสำรวจระยะที่ 2 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน

“ที่พบนักเรียนเข้าใจ และมีความสุขกว่า 50% เท่านั้น เนื่องจากการรวบรวมแบบสำรวจครั้งนี้ เก็บข้อมูลทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษา ส่วนคำตอบของนักเรียน พบว่า มีความสุข และเข้าใจเนื้อหาในการสอนอยู่บ้าง เพราะอยู่ในช่วงปรับตัว แต่ครูอาจะคิดว่านักเรียนไม่มีความสุข เพราะไม่เหมือนการเรียนในห้องเรียน จึงประเมินในข้อนี้ต่ำ เป็นต้น” นายอำนาจ กล่าว

ด้าน นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้ความคิดเห็นว่า การทำโพลเป็นการแสดงความรู้สึกชั่วขณะเท่านั้น และโพลก็ไม่ใช่การวิจัย ดังนั้น สิ่งที่ สพฐ.ต้องทำคือนำความรู้สึกของผู้ที่แสดงความคิดเห็นมาปรังปรุงพัฒนาต่อไป

“แต่ปัญหาที่พบคือเด็กไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ สิ่งนี้โรงเรียนสามารถช่วยเหลือ โดยปลดล็อกให้นักเรียนเข้ามาเรียนในโรงเรียนได้ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ให้นักเรียน หรือครูที่ไม่มีอุปกรณ์พร้อม ก็สามารถสนับสนุนในส่วนที่ครูขาดได้ เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันโดยนำทรัพยากรที่มีอยู่มาช่วยเหลือกันการเรียนรู้ จะเกิดความสุขขึ้นมาเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดเทอมแล้ว ครูอาจต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในการสอนนักเรียน หรือปูพื้นฐานใหม่ให้นักเรียน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานที่หนักสำหรับครู” นายเอกชัย กล่าว

ต้องรอดูว่า ผลประเมินการทดลองระบบออนแอร์ในระยะที่ 2 จะออกมาในรูปแบบใด นักเรียนจะมีความเข้าใจ และปรับตัวได้มากขึ้นหรือไม่ และ ศธ.จะ “สอบผ่าน” หรือ “สอบตก” สำหรับการจัดการเรียนการสอนในยุคการเรียนวิถีใหม่ !!