ส่อวุ่น! ร้องเกณฑ์ใหม่ขอ ‘ตน.วิชาการ’ ยุ่งยาก อว.แจงเพิ่มช่องทาง-เปิดโอกาสมากขึ้น

24.06.20 | 14:48 น.

ส่อวุ่น! ร้องเกณฑ์ใหม่ขอ ‘ตน.วิชาการ’ ยุ่งยาก อว.แจงเพิ่มช่องทาง-เปิดโอกาสมากขึ้น

นายพีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนและติดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ. ) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2563 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งทำให้คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งสนับสนุนและไม่เห็นด้วยต่อเกณฑ์ใหม่ โดยเห็นว่าเพิ่มความยุ่งยากมากกว่าเดิมนั้น ยืนยันว่าประกาศ ก.พ.อ.ฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงเพื่อให้การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการของคณาจาย์มีความเป็นสากล ทั้งเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยเป็น 4 กลุ่ม ที่สอดคล้องกับการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย และการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก และแก้ไขหลักเกณฑ์เดิมที่ไม่เหมาะสมและไม่ทันสมัย โดยได้มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์แต่ละสาขาวิชา คณะกรรมการวิชาการของแต่ละมหาวิทยาลัย ร่วมกันแสดงความเห็น ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก.พ.อ.จะเดินสายชี้แจงมหาวิทยาลัยทุกแห่ง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคณาจารย์ทุกคน และเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กของ อว. และรัฐมนตรีว่าการ อว.โดยหลักการแล้วยืนยันว่า เกณฑ์ใหม่นี้ให้โอกาสคณาจารย์เข้าสู่ตำแหน่งวิชาการได้หลากหลายวิธี และง่ายขึ้นแต่ก็ไม่ได้ลดมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการลง

ด้าน น.ส.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ ประธานอนุกรรมการ ก.พ.อ. ด้านตำแหน่งวิชาการ กล่าวว่า ประกาศ ก.พ.อ. มีรายละเอียดค่อนข้างมาก อยากขอให้คณาจารย์อ่านอย่างละเอียด ซึ่งเกณฑ์ใหม่ที่สำคัญที่เชื่อมั่นว่าจะทำให้คณาจารย์พอใจคือ การยกเลิกการกำหนดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของผู้ขอว่าต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 และยกเลิกการกำหนดสัดส่วนการมีส่วนร่วมของผู้ประพันธ์อันดับแรก หรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ ซึ่งเดิมผลงานจะใช้เพื่อขอตำแหน่งวิชาการได้เพียงคนเดียว แต่เกณฑ์ใหม่จะสามารถมีผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการขั้นต่ำได้มากกว่า 3 คน ขึ้นกับบทบาทหน้าที่ และการยกเลิกเปอร์เซ็นต์สัดส่วนผลงาน ก็ให้ใช้ลายเซ็นรับรองแค่ 2 คน คือ ผู้ประพันธ์อันดับแรก กับผู้ประพันธ์บรรณกิจ, มีการปรับลักษณะคุณภาพของผลงานวิชาการ จากเดิมคือ ระดับ ดี ดีมาก และดีเด่น เป็น ระดับ B, B+, A และ A+ การขอระดับศาสตราจารย์ เกณฑ์ใหม่กำหนดให้ผลงานทางวิชาการมีคุณภาพระดับ A+ หรือระดับดีเด่น อย่างน้อย 2 เรื่อง จากเดิมกำหนดที่ 5 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องวิพากษ์วิจารณ์งานโดยใช้องค์ความรู้อย่างแท้จริง หากพิจารณาว่าผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ก็ต้องมีคำชี้แจงที่ชัดเจนด้วย เพื่อให้ความยุติธรรมกับผู้เสนอ ทั้งสามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้