‘บอร์ด กช.’ เห็นชอบแก้หลักเกณฑ์ให้ ร.ร.กู้เงินรักษาสภาพคล่อง จากรายละไม่เกิน 5 แสน เป็น 1 ล้าน

25.06.20 | 14:39 น.

‘บอร์ด กช.’ เห็นชอบแก้หลักเกณฑ์ให้ ร.ร.กู้เงินรักษาสภาพคล่อง จากรายละไม่เกิน 5 แสน เป็น 1 ล้าน

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่มีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาปรับแก้ไขประกาศการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารจัดการโรงเรียน จากที่ สช. ได้ดำเนินการประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียนพ.ศ. … และร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่นไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม พ.ศ. … เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ให้สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบได้ เพื่อรักษาสภาพคล่อง โดยให้กู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท ผ่อนชำระไม่เกิน 1 ปี ส่วนการชำระคืนหักค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าจ้างโดยให้มีเงินคงเหลือหลังจากหักชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายในการบริหารกิจการโรงเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ได้รับ

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า เมื่อตั้งข้อกำหนดเช่นนี้ทำให้โรงเรียนมีสิทธิกู้เงินเพียง 173 แห่ง เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่เหลือเงินอุดหนุนไม่ถึงร้อยละ 10 เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งรับเงินอุดหนุนรายหัวเพียง 70% เท่านั้น ส่วน 30% ไปเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนกับผู้ปกครอง ซึ่งไม่สามารถนำมาร่วมพิจารณาในส่วนของการชำระหนี้ด้วย

“สช.จึงเสนอให้ที่ประชุมแก้ไขประกาศใหม่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แก้ไขประกาศ ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียนพ.ศ. … และร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่นไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม พ.ศ. … ดังนี้ ขยายวงเงินให้กู้ยืมจาก 500,000 บาท เป็น 1,000,000 บาท ขยายระยะเวลาผ่อนชำระจากเดิม 1 ปี เป็น 2 ปี พร้อมกำหนดว่าโรงเรียนที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคล 70% ให้นำค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ได้รับเพิ่มจากผู้ปกครองอีก 30% มาร่วมพิจารณาในส่วนของความสามารถในการชำระหนี้ด้วย” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า กรณีถ้าเป็นโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษาเอกชน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หากทำเรื่องกู้ยืมเงินให้ชำระหนี้เป็นไตรมาส และให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับกู้ยืม จากให้คิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราร้อยละ 4 ต่อไป เป็นร้อยละ 2 ต่อปี ต่อไป สช.จะแก้ไขร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ลงนามต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเสนอแนะเรื่องการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของโรงเรียนเอกชน เนื่องจากมีครูโรงเรียนเอกชนหลายคนไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่สามารถทำหน้าที่ครูได้เพราะมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราว ซึ่งจะต้องต่ออายุทุก 2 ปี ซึ่งครูหลายคนต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราวมาแล้ว 4 ครั้ง ที่ประชุมหารือถึงทางออกเรื่องนี้ว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) พิจารณาให้ใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครูตลอดชีพ ให้เฉพาะครูที่สอนในโรงเรียนเอกชนแห่งนั้นเป็นเวลานาน 6-8 ปี เป็นต้น และหากครูรายนั้นลาออกจากโรงเรียนไป ก็ให้กลับมาขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราวทุก 2 ปีเช่นเดิม ซึ่งต่อไป สช.จะเสนอเรื่องนี้ให้ ที่ประชุม กมว.พิจารณาต่อไป

Advertisement