เสียงแตก ‘เลิก-ไม่เลิก’ ปักชื่อบนชุดนักเรียน ชี้มีทั้งข้อดี-ข้อเสีย

27.06.20 | 08:05 น.

เสียงแตก ‘เลิก-ไม่เลิก’ ปักชื่อบนชุดนักเรียน ชี้มีทั้งข้อดี-ข้อเสีย

งดปักชื่อนามสกุล – เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีที่เพจดังออกแคมเปญรณรงค์งดปักชื่อ-นามสกุล ลงบนชุดนักเรียน สืบเนื่องจากกรณีเจอรูปปริศนาในหนังสือมือสอง ตามไปสืบจนทำให้ทราบว่าเจ้าของชุดนักเรียนมีคดีร่วมกับสามีในการทารุณกรรม ทำให้ต้องทบทวนว่าการปักชื่อนั้นดีจริงหรือ เพราะปัจจุบันนี้สืบค้นอะไรง่าย ความเป็นส่วนตัวหาย และอาจเกิดอันตรายต่อนักเรียนว่า มองว่าเรื่องนี้น่าสนใจที่จะนำมาพิจารณาดู แต่ในส่วนของการดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง คงต้องฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนและรอบด้าน เรื่องนี้ยังไม่เป็นเรื่องที่ ศธ.ต้องทำเป็นนโยบาย เพราะตนมั่นใจว่าในแต่ละโรงเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถตัดสินใจได้ในเรื่องนี้ได้

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เท่าที่ทราบ กรณีนี้เกิดขึ้นกับคนเพียงคนเดียว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น ดังนั้น การจะนำมาเป็นประเด็นเพื่อเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ หรือเรื่องเชิงนโยบาย อาจต้องศึกษาให้รอบคอบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้านมากขึ้น เพื่อความแหลมคมของเหตุและผล อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี การไม่ปักชื่อเด็กลงในชุดนักเรียน ถือเป็นการปกป้องสิทธิเด็ก ไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลที่ได้จากชื่อ และนามสกุลไปใช้ในทางที่ไม่ดีรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันการปักชื่อที่ชุดนักเรียนยังมีข้อดี นอกจากเป็นระเบียบ และการประพฤติปฏิบัติที่ทำสืบทอดกันมานานแล้ว ยังทำให้ครู ผู้บริหาร สามารถรู้ชื่อ และเรียกนักเรียนแต่ละคนได้อย่างสนิทใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน ซึ่งครูไม่สามารถจำชื่อนักเรียนทุกคนได้ในทันที

“การหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา ถือเป็นประเด็นที่ท้าทาย และน่าคิดว่าการปักชื่อเด็กไว้บนเสื้อนักเรียนในปัจจุบัน ยังมีความจำเป็น และจะถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็กหรือไม่ หากยกเลิกก็ยังมีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา เช่น ถ้ายกเลิกก็อาจช่วยผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นต้น แต่ทั้งหมดก็ต้องศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบด้าน” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

นายเดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก เดิมการให้เด็กปักชื่อ-นามสกุลไว้ที่หน้าอกเสื้อ เพื่อให้ครูเรียกชื่อเด็กได้ถูกต้อง แต่ตอนนี้อาจไม่จำเป็น เพราะมีครูดูแลนักเรียนประจำอยู่แล้ว และส่วนใหญ่จะจำชื่อนักเรียนได้ ดังนั้น จึงเห็นด้วยที่ให้ยกเลิกการปักชื่อนักเรียน หรือแม้กระทั่งรหัสนักเรียน ก็ไม่ควรปักไว้บนหน้าอกเสื้อ เพราะอาจส่งผลกระทบให้มีการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ มีความก้าวหน้า ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้มองในแง่ของการดูแลความปลอดภัยเด็ก ไม่อยากให้ไปมองประเด็นเรื่องโรงเรียนละเมิดสิทธิเด็ก

“ปัจจุบันมองว่าการปักชื่ออาจทำให้เด็กได้รับอันตรายได้ เพราะเทคโนโลยีมีความก้าวหน้า ถ่ายภาพได้ไกลขึ้น มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ หรืออาจเกิดการกลั่นแกล้งกันระหว่างเพื่อน ดังนั้น หากให้ชั่งน้ำหนักระหว่างให้เด็กอยู่ในระเบียบวินัย กับการดูแลความปลอดภัยของเด็ก ผมคิดว่าควรให้น้ำหนักกับความปลอดภัยมากกว่า ซึ่งกรณีนี้ที่ถูกยกนำเป็นประเด็นมารณรงค์ในโซเชียล อาจมีแค่กรณีเดียว แต่อาจมีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วสังคมยังไม่รู้เรื่อง” นายเดชรัตกล่าว

Advertisement

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องมอง 2 ด้าน เพราะการปักชื่อนักเรียนนั้น ถือเป็นการแสดงตัวตน ให้ครูสามารถจดจำนักเรียนได้ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนมาก การปักชื่อทำให้ครูจดจำนักเรียนได้รวดเร็ว ปัจจุบันข้าราชการทุกหน่วยงานยังต้องติดป้ายชื่อเพื่อแสดงตัวตน เรื่องนี้ขอให้มองเป็นกรณีไป ไม่อยากนำกรณีเดียวมาตัดสินทั้งภาพรวม หรือทั้งระบบ ทั้งนี้ ตามระเบียบ ศธ.ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 กำหนดไว้ว่า เครื่องแบบนักเรียน เสื้อ เป็นผ้าสีขาว แบบคอเชิ้ต หรือคอปกกลม แขนสั้น เครื่องหมายให้ใช้ชื่ออักษรย่อของสถานศึกษาปักที่อกเสื้อเบื้องขาว บนเนื้อผ้าด้วยด้าย หรือไหม โดยสถานศึกษารัฐบาลใช้สีน้ำเงิน สถานศึกษาเอกชนใช้สีแดง แม้จะไม่ระบุว่าให้ปักชื่อนักเรียนไว้ด้วย แต่โรงเรียนมีอำนาจระบุเพิ่มเติมได้