‘ณัฏฐพล’ ยินดีหาก ‘น.ร.เลว’ บุกศธ.อีก แต่ขอให้พูดคุยอย่าง ‘สันติวิธี-สงบ’
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีที่กลุ่มนักเรียนเลวมาชุมนุมเรียกร้องให้ ศธ.แก้กฎระเบียบเรื่องทรงผม การแต่งกายที่อาจจะละเมิดสิทธิมนุษยชน ว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่างหนังสือ และดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โรงเรียนเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน คาดว่าไม่มีปัญหาอะไรที่จะเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ยิ่งถ้าเป็นความคิดเห็นของนักเรียนเหมือนที่ตนได้รับฟังเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา น่าจะเป็นประโยชน์กับการศึกษา หลังจากนั้น ศธ.จะใช้เวลารวบรวมข้อมูลทั้งหมดและมาดูว่าเรื่องไหนที่เป็นปัญหาหลักที่นักเรียนสะท้อนมา หรือเรื่องไหนที่ศธ.สามารถทำได้ และเรื่องไหนที่ไม่สามารถทำได้ และเรื่องไหนที่ต้องใช้เวลาพิจารณาและเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ
“เป็นการพูดคุยที่ผมยินดีต้อนรับไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน หรือกลุ่มครูหรือผู้บริหาร เมื่อวานสิ่งที่ผมเห็นจากนักเรียน คือไม่ได้เรียกร้องให้กลุ่มของนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เรียกร้องให้เพื่อนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เรียกร้องให้ครูที่มีภาระงานมากเกินไป และเรียกร้องว่านักเรียนได้รับสาระความรู้ที่อาจจะไม่ทันสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ เป็นแนวคิดที่ผมดีใจ เพราะอนาคตของชาตินึกถึงเรื่องสำคัญๆ เหล่านั้น ส่วนความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เพราะพวกเขาโตและได้รับข้อมูลเร็วกว่าในอดีตที่ผ่านมา ผมคิดว่าถ้าเราได้พูดคุยเจรจากันเหมือนเมื่อวาน เราจะหาทางออกได้ หลายเรื่องยอมรับว่า ต้องลงรายละเอียด เช่น เรื่องตำราเรียน ซึ่งผมสามารถจัดทีมงานเข้าไปดูความเหมาะสมของตำราเรียนได้” นายณัฏฐพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้โรงเรียนทั่วประเทศเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า นักเรียนสามารถเสนอข้อร้องเรียนผ่านกรรมการสถานศึกษา ผ่านการรับฟังของครูหรือผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผ่านสภานักเรียน และให้รวบรวมปัญหาทั่วประเทศมาที่ ศธ. แต่ตนมั่นใจว่าในหลายๆ เรื่องที่ร้องเรียนมา จะสะท้อนให้เห็นถึงความอึดอัดใจทั้งของครู นักเรียน และทุกคน
“ถือเป็นโอกาสดีที่เราสามารถมองปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน จริงๆ แล้วอนาคตของพวกเรา อนาคตของผม ก็อยู่ในมือของเด็กๆ ดังนั้น ถ้าเขามองว่าการขับเคลื่อนอะไรที่เหมาะสมและเป็นสิ่งที่ดี ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ ศธ.ต้องพิจารณา” นายณัฏฐพล กล่าว และว่า ส่วนที่ถามว่า ถ้านักเรียนเลวมาชุมนุมที่ ศธ.อีก จะรับฟังหรือไม่นั้น ถ้านักเรียนจะมาชุมนุมที่ ศธ.อีก ตนยินดีรับฟัง แต่ตนอยากให้มีการพูดคุยกันอย่างสันติวิธีและสงบ เมื่อวานตนเสียโอกาสที่จะพูดคุยกับนักเรียนหรือแกนนำโดยตรง ตนไม่ได้จะพูด แต่พร้อมจะรับฟังแกนนำ และเมื่อวานจากการชุมนุม เราจะเห็นว่าเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ต้องพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่เห็นต่างของเด็กๆ ถ้าตนรับฟังนักเรียนได้ เชื่อว่าครูทุกคนสามารถทำได้และพยายามทำความเข้าใจกับนักเรียนด้วย
“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเรียน ส่วนความคิดเห็นที่มองว่าต้องไปต่อแถวนักเรียน ผมไม่มีปัญหา เพราะถ้าไม่เข้าแถว ผมก็ไม่มีวันรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ เมื่อโรงเรียนเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนที่กังวลว่าจะมีการชุมนุมและมีการยกระดับในโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถตัดสินใจและบริหารจัดการพูดคุยตักเตือนได้ ต้องยอมรับว่าหากมีประเด็นอะไรที่ไม่เหมาะสม ประเด็นที่ก้าวราวหรือผิดกฎหมาย เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่และผู้บริหารในการดูแล เราหลบตรงนั้นไม่ได้ อะไรที่เราทำแล้วต้องยอมรับผลกระทบที่ตามมา” นายณัฏฐพล กล่าว

