หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เปิดแผน‘อาชีว...

เปิดแผน‘อาชีวะ’จับมือเอกชน พลิกโฉมเพิ่มคุณภาพนำปริมาณ

24.08.20 | 13:05 น.

เปิดแผน‘อาชีวะ’จับมือเอกชน
พลิกโฉมเพิ่มคุณภาพนำปริมาณ

กระทบกันถ้วนหน้าหลังเจอพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ไม่เว้นแม้แต่
นักเรียน นักศึกษา ซึ่งนอกจากต้องปรับตัวมาเรียนออนไลน์ แบบนิวนอร์มอลแล้ว โควิด-19 ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจที่นับวัน
มีแต่จะดิ่งลง…

ผู้ปกครองบางคนต้องตกงาน ถูกลดเงินเดือน ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเท่าเดิม ยิ่งช่วงเปิดภาคเรียนหลายครอบครัววิกฤตหนัก ไม่มีเงินใช้จ่ายรายวัน ไม่ต้องนึกถึงค่าเทอมลูก ซึ่งคงไม่มีไม่พอจ่ายแน่นอน !!

หลายหน่วยงานจึงหาแนวทางเยียวยา มหาวิทยาลัยลดค่าเทอม หาทุนการศึกษาช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เสนองดเก็บค่าเทอมระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในปีการศึกษา 2563

ทั้งนี้ปัจุบันที่มีนักศึกษาระดับ ปวส. รวม 386,457 คน เสียค่าเทอมเฉลี่ยคนละประมาณ 2,500 บาทต่อเทอม ขึ้นอยู่กับหน่วยกิตที่ลงทะเบียนโดยใช้งบประมาณ กว่า 1,900 ล้านบาท

Advertisement

ล่าสุด นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กอศ.) ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว ซึ่งการงดเก็บค่าเทอมครั้งนี้ ใช้เฉพาะปีการศึกษา 2563 เท่านั้น แต่หากมีการแพร่ระบาดรอบ 2 คงเป็นศึกหนักที่รัฐบาลต้องหาช่องทางเยียวยาต่อเนื่อง …

สาเหตุที่เลือกเยียวยาเฉพาะ ปวส.นั้น ส่วนหนึ่งเพราะระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รัฐจัดงบเรียนฟรีให้อยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้มากนัก

ขณะเดียวกันยังเดินเครื่องเพิ่มยอดผู้เรียนในสายอาชีพให้มากขึ้นโดย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายสร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สำหรับธุรกิจต่างๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบริบทของแต่ละภูมิภาค ซึ่งขณะนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาแต่ละแห่ง ได้มีการกำหนดสาขาวิชาที่มีความโดดเด่นของแต่ละวิทยาลัยแล้ว แต่ในส่วนของสาขาอื่นๆ ที่เป็นความต้องการของสังคมในพื้นที่นั้นๆ วิทยาลัยก็ยังคงเปิดการเรียนการสอนอยู่ เพื่อที่จะดึงให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียน เพียงแต่ให้วิทยาลัยยกระดับสาขาที่มีความโดดเด่นชัดเจนของตัวเองขึ้นมา 1 สาขาเท่านั้น โดยดูจากความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ หรือความถนัดเฉพาะด้านของแต่ละวิทยาลัย

ซึ่งจากข้อมูลของ สอศ. ระบุว่ายอดรับนักเรียนนักศึกษาของอาชีวะถือว่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 10 แม้จะเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการ กอศ.เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้สมัคร ปวช.1 ของอาชีวศึกษารัฐ ปี 2563 จำนวน 181,105 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีผู้สมัครจำนวน 163,977 คน ปวส.1 117,165 คน ลดลงจากปี 2562 ซึ่งมีผู้สมัคร 117,342 คน ระดับปริญญาตรี ปี 2563 มีผู้สมัคร 5,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีผู้สมัคร 4,101 คน

สถานศึกษาเอกชนตัวเลขผู้สมัครปวช.1 ปี 2563 จำนวน 80,294 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีผู้สมัครจำนวน 74,791 คน ปวส. ปี 2563 มีผู้สมัคร 56,124 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีผู้สมัคร 53,113 คน

สรุปภาพรวมเท่ากับว่าระดับ ปวช.มีผู้สนใจเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยสาขาที่ได้รับความนิยมมีผู้สมัครเข้าศึกษาจำนวนมาก ได้แก่ สาขากลุ่มเครื่องยนต์ สาขาไฟฟ้า และสาขาเกษตรกรรม เป็นต้น

ส่วนปีการศึกษา 2564 สอศ.มีแผนเพิ่มยอดผู้เรียนอาชีวะ โดยปรับจากเดิมที่ตั้งเป้าเพียงเพิ่มปริมาณ มาเป็นเพิ่มคุณภาพ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามาเรียนสายอาชีพมากขึ้น ตามนโยบายอาชีวะยกกำลัง 2 สร้างคุณภาพ เพิ่มแรงบันดาลใจให้คนมาเรียนอาชีวะ

โดยวางแผนจะทำความร่วมมือกับสถานประกอบการพัฒนาหลักสูตร ให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน ร่วมมือจัดการเรียนการสอนในรูปแบบทวิภาคี โดยเตรียมจะพัฒนาบุคลากรใน 2 ส่วน คือ พัฒนาครูที่มีอยู่แล้ว ร่วมมือกับสถานประกอบการพัฒนาเพิ่มทักษะ และใช้ครูฝึกที่สถานประกอบการมี ช่วยพัฒนาการเรียนการสอนรูปแบบทวิภาคีให้ทันสมัย เมื่อนักศึกษาจบจะมีงานทำ 100% เชื่อว่าจะดึงเด็กเข้ามาเรียนอาชีวะมากขึ้น

เรียกว่าน่าสนใจไม่น้อยกับ นโยบายปรับโฉมเพิ่มยอดเด็กสายอาชีพ ที่เน้นการเรียนแบบ ‘ทวิภาคี’

ขณะที่ทางฟากของเอกชนแกนนำอย่าง นายอดิศร สินประสงค์ นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) มองว่า ตัวเลขนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่เพิ่มขึ้นอาจยังไม่นิ่ง อาจจะเป็นตัวเลขก่อนที่มีการตรวจสอบการรับเงินอุดหนุนหรือการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของการรับนักเรียน ซึ่งตนเชื่อว่าหากมีการตรวจสอบตัวเลขอีกครั้ง ยอดผู้เรียนอาชีวะ โดยเฉพาะในส่วนของอาชีวะเอกชนน่าจะลดลง

ส่วนที่จะให้งดเก็บค่าเล่าเรียน ปวส.นั้น เป็นเรื่องที่ดีเพราะเด็กกลุ่มนี้ถือเป็นกำลังหลักที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กยากจน แต่อยากให้งดเก็บทุกวิชา ไม่ใช่เฉพาะวิชา 10 อุตสาหกรรมหลักที่ประเทศต้องการเท่านั้น เพราะทุกวิชา ทุกสาขา ทุกธุรกิจ ต้องการกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศเช่นเดียวกัน….

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานของ สอศ.ถือว่ามาถูกทางเพราะปัจจุบันผู้ที่เรียนสายอาชีพทุกคนที่จบไป จะมีงานทำแน่นอน ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกำลังคนไปขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

“การงดเก็บค่าเล่าเรียนของ ปวส. ผมสนับสนุน และเห็นด้วยอย่างยิ่ง และ สอศ.สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้ คิดว่าจะทำให้คนมาเรียนสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของอาชีวะเอกชน อยากให้รัฐสนับสนุนผู้เรียน ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ด้วย ปัจจุบันนักเรียน ปวช.ของเอกชน ได้รับเงินอุดหนุน 70% ซึ่งไม่เท่าเทียมกับภาครัฐ ที่ได้รับการสนับสนุน 100% ดังนั้น ถ้ารัฐช่วย ปวส.โดยการงดเก็บค่าเล่าเรียน แต่ไม่ได้ช่วยสนับสนุนในส่วนของ ปวช. ในอนาคตสัดส่วนผู้ที่เข้ามาเรียน ปวช.จะลดลงเรื่อยๆ ขณะนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน ประสบปัญหาผู้ปกครองพาบุตรหลานมาขอลาออก เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน เมื่อเด็กเหล่านี้ลาออกไปแล้วก็กลับเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้อาชีวะเอกชนอย่างมาก” นายอดิศรกล่าว

ต้องจับตาว่า ทิศทางการพัฒนาอาชีวะกับนโยบายใหม่ เพิ่มคุณภาพ นำปริมาณ จะดึงดูดให้คนมาเรียนสายอาชีพได้มากน้อยแค่ไหน

ทีมข่าวการศึกษา