‘ณัฏฐพล’นั่งถกภาคีนักเรียนฯ รับช่วยแก้ปัญหา ส่งชื่อร.ร.คุกคามเด็กเพิ่มอีกกว่า 70 แห่ง
‘ณัฏฐพล’นั่งถกภาคีนักเรียน เร่งแก้ปัญหาเด็กถูกคุกคาม ภาคีนักเรียนฯส่งชื่อร.ร.คุกคามเด็กเพิ่มอีกกว่า 70 แห่ง ‘ครูตั้น’ ยอมรับมีข้อมูลจริง ยันโรงเรียนยังเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เร่งเปิดเว็บกลางรับฟังความเห็นภายใน 2 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับกลุ่มภาคีเครือข่ายนักเรียนแห่งประเทศไทย ที่มาเดินทางมาติดตามผลการออกมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียนจากการแสดงความคิดเห็น โดยใช้เวลาพุดคุยนานกว่า 1.30 ชั่วโมง ว่า ตัวแทนนักเรียนได้ส่งข้อมูลโรงเรียนที่มีปัญหาคุกตามเด็กเพิ่ม เป็น 170 โรงเรียน จากเดิม 109 โรงเรียน ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงเรียนทั้ง 109 โรงเรียนที่มีข้อมูลว่าคุกคามนักเรียนนั้น เบื้องต้นพบว่า มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจริง หลายแห่งได้มีการหาทางออกโดยการพูดคุยทำความเข้าใจแก้ไขปัญหาด้วนสันติวิธี ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสม เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ซึ่งครู นักเรียน ผู้บริหารและผู้ปกครอง ต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยและรับมือกับเรื่องนี้ คิดว่าหลายแห่งเริ่มเข้าใจ ขณะที่อีกหลายแห่งต้องใช้เวลา

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ภาคีนักเรียนฯ ยังได้เสนอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักเรียน เป็นเวทีที่รับฟังโดยไม่โดยจำกัด ตนไม่ขัดข้องเพียงแต่แสดงความห่วงใยว่าการพูดคุยโดยไม่มีข้อจำกัดนี้ จะสร้างความแตกแยกในโรงเรียนหรือไม่ ส่วนตัวขอชื่นชมแนวคิดแต่เรืองตัวเองแต่คิดถึงปัญหาของคนอื่น เช่น เพื่อนนักเรียนห่างไกล ที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาภาระงานของครูที่มีมากเกินไป ทำให้ผู้ใหญ่ในศธ. ได้รับข้อมูลที่แท้จริง นำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนกรณีที่กลุ่มนักเรียนจำนวน 25 โรงเรียนนัดหมายจะมาชุมนุมที่ศธ. ในวันที่ 5 กันยายนนี้นั้น ตนก็พร้อมต้อนรับและจะลงมารับฟังข้อเสนอด้วยตนเอง ในวันดังกล่าวจะใช้โอกาสชี้แจงถึงสิ่งที่ศธ.ได้แก้ไขปัญหาการศึกษาให้ หรือมีปัญหาติดขัดเรื่องใด อาทิ กรณีที่นักเรียนเรียกร้องให้ครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษให้มากขึ้นนั้น ศธ.ได้เสนอของบประมาณจ้างครูต่างชาติ มาแล้ว 1 หมื่นคน แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หรือโควิด-19 จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้

“ผมขอยืนยันว่าโรงเรียนยังเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และนักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง และที่ศธ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น จะเน้นไปในเรื่องการศึกษาทั้งนี้นักเรียนยังสามารถพูดเรื่องการเมืองได้ แต่ในการนำข้อสรุปมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ต้องแยกการศึกษาออกจากการเมือง ” นายณัฏฐพล กล่าว และว่า ในส่วนของตนได้เตรียมการเปิดช่องทางให้นักเรียนสื่อสารได้โดยตรง เป็นเว็บไซต์กลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาวิธีปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลที่นักเรียนส่งมา ตนต้องมั่นใจก่อนว่า นักเรียนที่ให้ข้อมูลต้องปลอดภัย100% จึงจะสามารถเปิดช่องทางได้ คาดว่าจะแล้วไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพูดคุยกับนักเรียน นายณัฏฐพล ได้เล่าถึงประสบการณ์การเป็นแกนนำในการชุมนุม ซึ่งต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น ในส่วนตัวตนและภรรยาเคยถูกดำเนินคดี ก็ต้องทำความเข้าใจกับครอบครัว และทำความเข้าใจกับภรรยาว่า เราทั้งคู่ต้องยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ระหว่างการพูดคุยทางภาคีนักเรียนฯ ได้ต่อโทรศัพท์ให้ผู้ปกครองร้องเรียนกรณีลูกถูกครูทำร้ายร่างการจากการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งนายณัฏฐพล ก็รับไปตรวจสอบ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายนฤเบศน์ รักษ์วิจิตร ประธานสูงสุดประจำ Uncommon International Group, ฝ่ายพัฒนาระบบ แผน และกลยุทธ์ และโฆษก ประจำภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้มาติดตามมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียน ซึ่งได้เสนอข้อมูลการคุกคามนักเรียนเพิ่ม เป็น 170 แห่ง ภาพรวมรู้สึกพอใจ เพราะรัฐมนตรีว่าการศธ.ได้เข้ามาพูดคุยและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น หลายเรื่อง นายณัฏฐพล รับปากจะลงไปแก้ไขปัญหาให้ อาทิ นักเรียนถูกตัดทุนและไล่ออก เพราะไปแสดงออกทางการเมือง

