สพฐ.นำร่องลดการบ้านภาค1/63 รับลูก ‘เสมา1’ หาทางลดประเมินครู
เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือการบริหารงบประมาณในปี พ.ศ.2564 ทั้งนี้ทางกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง แจ้งมาว่ากรณีที่มีงบประมาณที่จะจัดสรรให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ให้หน่วยงานดำเนินการเตรียมความพร้อมในการจัดสรรงบได้ทันที โดยเฉพาะงบลงทุนเพื่อเตรียมหาผู้รับจ้างไว้ก่อน และพร้อมในการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งตนมอบหมายให้สำนักนโยบายและแผน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปบริหารจัดการงบประมาณให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กันยายน
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมหารือถึงนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ให้สพฐ.ดำเนินการลดการบ้าน ปรับวิธีวัดและประเมินผลของนักเรียน และลดเวลาเรียนของนักเรียน โดยให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนโดยใช้ Active Learning ให้มากขึ้น และให้ครูใช้กิจกรรมสอบนักเรียน หรือสอนนักเรียนให้เรียนรู้ในสถานการณ์จริง ตนมอบหมายให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ไปขับเคลื่อนเรื่องนี้ และมาเสนอให้ตนพิจารณา เพื่อจะมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และโรงเรียนทั่วประเทศ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กันยายน
“สพฐ.เตรียมนำร่องลดการบ้านให้นักเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 และจะใช้จริงในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โดยจะแจ้งแนวทางการเรียนการสอนให้ครูสอนเด็กให้จบในห้องเรียน เช่น ให้ครูใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เป็นต้น สพฐ.จะจัดทำรายละเอียดต่างๆ และจัดทำให้ สพท.และโรงเรียนไปทดลองดู และสะท้อนการบริหารจัดการมาว่าเรื่องไหนที่ทำไม่ได้ และทำไม่ได้เพราะอะไร เพื่อให้ทราบปัญหาแท้จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่” นายอำนาจ กล่าว
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้โรงเรียนต้องช่วยสื่อสารกับพ่อแม่ด้วย เพราะอาจจะมีพ่อแม่บางคนที่ยังติดภาพว่านักเรียนจะต้องมีการบ้าน แต่ปัจจุบันผู้ปกครองมาบ่นกับตนว่าเด็กได้การบ้านเยอะ เด็กไม่ได้พัก เพราะถ้ามีครูสอน 5 คน ให้การบ้าน 5 อย่าง แต่ถ้าครูทั้ง 5 คน มาคุยกันและตกลงว่าจะให้การบ้านเด็กเท่าที่จำเป็นได้หรือไม่ หรือนำเทคโนโลยีมาปรับใช้แทนการให้การบ้าน เป็นต้น ส่วนการประเมินครู ประเมินนักเรียน รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบนโยบายไว้ว่าจะสามารถลดการประเมินของครูได้หรือไม่ เพราะอยากให้ครูสอนและดูแลนักเรียนให้ได้มากที่สุด ซึ่งมอบสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งคณะทำงานไปตรวจสอบว่ากิจกรรมใดบ้างที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อ และมีกิจกรรมใดบ้างที่สามารถลดได้

