‘ดิศกุล’ ปัดล็อกสเปก ‘บิ๊กคุรุสภา’ ลั่นมี ‘ศักดิ์ศรี’ขอให้ตัดสินที่ ‘ผลงาน’
นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยกรณีที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) และเซ็นสัญญาจ้างเพื่อรับตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวตั้งใจเข้ามาพัฒนาระบบการบริการต่าง ๆ ของคุรุภาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ยกระดับการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ มีระบบการทำงานที่ทันสมัย อีกเป้าหมายสำคัญพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจรรยาบรรณครูเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการปรับแก้หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการลงโทษครูที่ทำความผิด ที่ต้องมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีความผิดชัดเจนและสังคมให้ความสนใจ
นายดิศกุล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข้อครหาว่าการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาครั้งนี้มีการล็อกสเปกนั้น แล้วแต่คนจะพูดกันไปแต่ส่วนตัวมีศักดิ์ศรี อยากให้ดูที่ผลงาน ซึ่งตนเองผ่านงานบริหารองค์กรมหาชนมาหลายแห่งทั้งองค์การค้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และงานบริหารหน่วยงานราชการอย่างกศน. เป็นต้น ดังนั้นมั่นใจว่าจะสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน
นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นเลขาคุรุสภาคนใหม่ดำเนินการคือเร่งผลักดันงานต่าง ๆ ที่กมว.มีมติออกมา เพราะกมว.ถือเป็นหัวใจสำคัญของคุรุสภา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพครู รวมถึงการปรับหลักสูตร เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้จบคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ สามารถเรียนเพื่อมาเป็นครูได้ ขณะเดียวกันอยากให้เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการให้มากขึ้น
“จากการประชุมร่วมกับเลขาธิการคุรุสภา นัดแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง คิดว่านายดิศกุลค่อนข้างมีความเข้าใจเรื่องงานบริการ ส่วนหนึ่งอาจเพราะมีพื้นฐานการทำงานมาจากกศน. จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ผมอยากให้เลขาธิการคุรุสภาเร่งผลักดันงานทุกอย่างที่กมว.มติไป เพื่อให้การทำงานเดินหน้าอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นเรื่อง การยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ซึ่งกมว.มีมติยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2562 แต่ก็ยังมีมหาวิทยาลัยส่งหลักสูตรมาให้คุรุสภารับรอง และคุรุสภาก็อนุมัติโดยอ้างว่า เพราะยังไม่มีการประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ” นายเอกชัยกล่าว
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หลักสูตรป.บัณฑิต ปีการศึกษา 2563 ที่คุรุสภาอนุมัติไปแล้วกว่า 40 แห่งนั้น กมว.คงทำอะไรไม่ได้ แต่ขอว่า หลังจากเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป จะต้องไม่มีการอนุมัติหลักสูตรป.บัณฑิตอีกและเร่งผลักดันหลักสูตรครูให้มหาวิทยาลัยเปิดสอนแทน

