เด็กเฮ! ครม.เคาะปรับแผนทุนพสวท. ‘ขึ้นเงินเดือน-เพิ่มทุนต่างประเทศ’
เด็กเฮ! ครม.เห็นชอบปรับแผนรับทุนพสวท. ขึ้นเงินเดือน-เพิ่มทุนต่างประเทศ จบแล้วทำงานเอกชนได้
เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ เห็นชอบในหลักการ ปรับแผนการดำเนินงานทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.)เสนอ โดยมอบหมายให้ ศธ. หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมีการให้ทุนนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมาก แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึงเห็นว่าควรปรับแผนการให้ทุน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของการใช้ทุน จำนวนทุนที่ให้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะการวิจัยเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาประเทศ
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การปรับแผนการดำเนินงานทุนพสวท. จะมีเริ่มตั้งแต่พ.ศ.2560-2564 เช่น การปฏิบัติงานตอบแทนทุนของผู้สำเร็จการศึกษาทุน พสวท. ในหน่วยงานภาคเอกชนและสถานศึกษาเอกชน การนับเวลาปฏิบัติงานตอบแทนทุนของผู้สำเร็จการศึกษาทุน พสวท. ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเดิม เป็นต้น โดยที่ผ่านมาศธ.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งสำนักงาน ก.พ. เห็นด้วยในหลักการและเห็นว่า สสวท. ควรมีวิธีการและเทคนิคในการกำหนดจำนวนทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ ควรมีแนวทางและระบบการบริหารและติดตามการตอบแทนทุนที่ชัดเจน
นายณัฏฐพล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับรายละเอียดแผนการดำเนินงานที่ปรับปรุง ดังนี้ การสรรหานักเรียนเข้ารับทุน จากเดิม ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะคัดเลือกผ็จบม.ต้น ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการสอบและสัมภาษณ์ ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องย้ายไปเรียนโรงเรียนที่เป็นศูนย์พสวท. ปรับเป็น ผู้ผ่านการคัดเลือกสามารถเรียนโรงเรียนที่เป็นศูนย์พสวท. หรือสามารถศึกษาที่โรงเรียนเดิม หรือโรงเรียนอื่นที่มีศักยภาพเทียบเท่าศูนย์พสวท. ได้ตามความต้องการของผู้เรียน และนักเรียนที่รับทุนจะไม่สามารถรับทุนอื่นซ้ำซ้อน และจะจำกัดจำนวนผู้รับทุนในแต่ละสถานศึกษา สาเหตุที่ปรับเพราะนักเรียนม.ต้นส่วนใหญ่ต้องการเรียนต่อที่เดิมหรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียง
“เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการและทุนที่ดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงจากองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จึงขอปรับลดจำนวนทุนการศึกษาในประเทศ และขอปรับเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ ระดับ ป.ตรี-โท-เอก เพื่อให้นักเรียนทุน พสวท.ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสูงสุด ดังนี้จากเดิม ทุนในประเทศ ม.ปลาย โดยคัดเลือกใหม่ จำนวน 100 ทุน/ชั้นปี ปรับเป็นรับใหม่ ไม่เกิน 40 ทุน/ชั้นปี ป.ตรี โดยรับต่อเนื่องจากนักเรียนทุน พสวท. ม.ปลาย จำนวน 90 ทุน/ชั้นปี และรับจากนักเรียน ม.ปลาย ทั่วไป จำนวน 80 ทุน/ชั้นปี รวม 170 ทุน/ชั้นปี ปรับเป็น ป.ตรี โดยคัดเลือกจาก นักเรียนทุน พสวท. ม.ปลาย และจากนักเรียนทั่วไปและนักเรียนโครงการทุน วิทยาศาสตร์อื่น ๆ ของรัฐบาลและ เอกชน จำนวนไม่เกิน 140 ทุน/ชั้นปี และจะได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาระดับที่สูงขึ้น สำหรับทุนการศึกษาต่างประเทศ ป.ตรี-โท-เอก รับต่อเนื่องจาก นักเรียนทุน พสวท. ม.ปลาย จำนวน 10 ทุน/ชั้นปี ปรับเป็น ทุนการศึกษาต่างประเทศ นักเรียนทุน พสวท. ม.ปลาย ที่มี คุณสมบัติตามที่ สสวท. กำหนดก่อน แล้วจึงคัดเลือกนักเรียนโครงการทุน วิทยาศาสตร์อื่น ๆ ของรัฐบาลและ เอกชนเพิ่มเติม จำนวนไม่เกิน 40 ทุน/ชั้นปี นอกจากนี้เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับ ป.ตรี ผู้รับทุนสามารถสมัครเพื่อขอรับทุนวิทยาศาสตร์อื่นของรัฐบาลและทุนอื่น ๆ เพื่อศึกษาต่อใน ระดับที่สูงขึ้นได้”รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอปรับกรอบค่าใช้จ่ายส่วนตัวในอัตราที่ไม่มากกว่าวุฒิขั้นต่ำที่ข้าราชการได้รับ ดังนี้ ในประเทศ ม.ปลาย 9,150 บาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากเดิม 3,050 บาท ป.ตรี 10,950 บาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากเดิม 3,650 บาท ป.โท 12,180 บาท/เดือน เพิ่มขึ้นขึ้นจากเดิม 3,480 บาท ป.เอก 16,800 บาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากเดิม 4,800 บาท ส่วน ศึกษาต่างประเทศ คงเดิมคือ ใช้อัตราค่าใช้จ่ายของนักเรียนทุนรัฐบาล ณ ต่างประเทศของสำนักงาน ก.พ. รวมถึงมีการปรับการใช้ทุน เนื่องจาก ภาคเอกชนยังขาดแคลนนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยต้องพึ่งพาอาศัยนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ดังนั้น จึงขอปรับเปลี่ยนรูปแบบและหน่วยงานสำหรับปฏิบัติงานตอบแทนทุนให้สามารถปฏิบัติงานตอบแทนทุนในหน่วยงานภาคเอกชนและสถาบันอุดมศึกษาเอกชนภายในประเทศได้ จากเดิมต้องปฏิบัติงานตอบแทนทุนในตำแหน่งนักวิจัย หรือนักวิทยาศาสตร์ หรืออาจารย์ในหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น

