‘ณัฏฐพล’ ย้ำผู้บริหารสารสาสน์เร่งเยียวยาจิตใจ น.ร.ถูกทำร้าย

6.10.20 | 15:04 น.

‘ณัฏฐพล’ ย้ำผู้บริหารสารสาสน์เร่งเยียวยาจิตใจ น.ร.ถูกทำร้าย

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องใบประกอบวิชาชีพ จรรยาบรรณความเป็นครู เป็นเรื่องที่ ศธ.ต้องปรับปรุง ที่ผ่านมา ศธ.ในฐานะที่ควบคุมโรงเรียนเอกชน อาจจะดำเนินงานไม่ได้เท่าที่ควรจึงเกิดปัญหาอย่างที่เห็น ถือเป็นเรื่องที่ ศธ.ต้องปรับปรุงทั้งวิธีการอนุมัติ การควบคุม และการลงโทษ ส่วนการปิดโรงเรียนนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในโรงเรียนมีนักเรียนหลายพันคน ปัญหาที่เกิดขึ้นมีผู้ที่ไม่ได้อยู่วังวนของปัญหาอยู่จำนวนมาก ดังนั้น การดำเนินการต่างๆ ศธ.ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ส่วนการตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในขณะนี้ยอมรับว่ามีปัญหา แต่ถ้า ศธ.นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรวบรวมข้อมูล เชื่อว่าในอนาคตก็จะสามารถพัฒนาระบบตรวจสอบให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“ปัญหาขณะนี้ มีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาในบริบทที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งจะต้องดูกันต่อไปว่าจะได้ผลที่ตรงความต้องการหรือไม่ แต่ผมคิดว่าการปิดโรงเรียนในเวลานี้อาจจะไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักเรียนทั้งโรงเรียน” นายณัฏฐพลกล่าว

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ในทุกปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตนอยากให้แก้ไขปัญหาด้วยความระมัดระวัง ซึ่ง ศธ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ก็อยากให้หาทางออกที่เหมาะสมมากกว่าจะมาฟ้องร้อง เพื่อให้การศึกษาดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้

“ผมเน้นย้ำกับผู้บริหารของโรงเรียนสารสาสน์ว่าการฟื้นฟูจิตใจนักเรียนเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องติดตามการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของเด็กที่ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งผมได้แนะแนวทางไว้เช่นกันว่ามีอะไรบ้าง เช่น จัดกิจกรรมนอกเวลาเรียนให้นักเรียน เป็นต้น สิ่งที่สำคัญในการดูแลเด็กเล็กคือต้องเฝ้าดูปฏิกิริยาหรืออาการของเด็กในทุกบริบท” นายณัฏฐพลกล่าว

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง รักษาราชการแทนปลัด ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีผู้ปกครองได้แจ้งความกรณีทำร้ายเด็ก แล้วกว่า 50 คดี หนึ่งในนั้น คือสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา แจ้งความเอาผิดกรณีครูผู้สอนไม่มีใบอนุญาตฯ ขณะที่ทาง สช.อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ทั้งทะเบียนครู ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานล่าสุด มีครูคนไทยที่มีใบอนุญาตฯ 130 คน ครูต่างชาติที่มีใบอนุญาตฯ ถูกต้องราว 76 คน และอยู่ระหว่างขอดำเนินการจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบข้อมูลนักเรียน และค่าเล่าเรียนด้วย คาดว่าภายใน 2-3 วัน จะได้ข้อมูลที่ครบถ้วน นอกจากนี้ ตามข้อตกลง จะมีการคืนค่าเล่าเรียนกับเด็กที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องดูตามหลักฐาน กล้องวงจรปิดที่เก็บภาพไว้ และจนถึงขณะนี้มีผู้ปกครองขอย้ายที่เรียนแล้วทั้งหมด 6 ราย ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะประสานหาที่เรียนให้ต่อไป

Advertisement

“สช.มีคณะกรรมการติดตามงานตามข้อตกลง ซึ่งมีกว่า 10 ข้อ ทั้งการตรวจสอบห้องเรียนที่มีปัญหา ติดกล้องวงจรปิด ซึ่งทราบว่าโรงเรียนอยู่ระหว่างดำเนินการ จัดทำห้องน้ำให้ถูกสุขลักษณะ และได้ขอให้ สช.ไปเช็กค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นรายห้องเรียน ขณะที่ทางกรมสุขภาพจิตยังได้ส่งโปรแกรมการดูแลผลกระทบทางจิตใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งครูนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งต้องมีการนัดหมายช่วงเวลาที่เหมาะสมร่วมกันอีกครั้ง” นายสุภัทรกล่าว