ภาคปชช. จี้ ศธ.ออกมาตรการป้องกันครูใช้ความรุนแรงสั่งสอน น.ร.

8.10.20 | 15:14 น.

ภาคปชช. จี้ ศธ.ออกมาตรการป้องกันครูใช้ความรุนแรงสั่งสอน น.ร.

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พญ.วนิดา เปาอินทร์ หัวหน้าหน่วยดูแลเด็กถูกทำร้าย โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และตัวแทนจากภาคประชาชนกว่า 20 คน เข้ามายื่นหนังสือถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เรื่อง ขอเสนอมาตรการหยุดการใช้ความรุนแรงเพื่ออบรมนักเรียน โดยมีนายอัมพร พินะสา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และผู้บริหารสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นผู้รับเรื่องแทน

พญ.วนิดา กล่าวว่า สืบเนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้ความรุนแรงเพื่อการอบรมสั่งสอนนักเรียน โดยครูหรือผู้ดูแลนักเรียนในโรงเรียน และทางโรงเรียนยังไม่มีมาตรการการป้องกันที่เป็นรูปธรรม ตนและประชาชนที่ต้องการให้มีการป้องกันหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอเสนอมาตรการ “หยุดการใช้ความรุนแรงเพื่อการอบรมนักเรียน” ดังนี้ 1.ประกาศให้โรงเรียนไม่ใช้พฤติกรรมรุนแรงต่อเด็ก ด้วยกาย วาจา อารมณ์ เพื่อการอบรมสั่งสอน 2.แจ้งกับครูและเจ้าหน้าที่ทุกคน ว่าเรื่องความรุนแรงห้ามเกิดขึ้นในโรงเรียน โดยทุกคนที่เข้ามาทำงานต้องรับทราบ รวมทั้งให้เซ็นรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร 3.ถ้าพิสูจน์ว่ามีครูหรือบุคลากรกระทำจริงจะไม่มีโอกาสได้ทำงานในโรงเรียนนี้อีก โดยจะไม่มีการขอโทษยอมรับผิด และให้ทำงานต่อ 4.เจ้าหน้าที่และครูที่เห็นเหตุการณ์ และไม่เข้าช่วยเหลือ รวมถึงไม่แจ้งเหตุแก่ผู้บริหารโรงเรียน จะถือเป็นความผิดแบบเดียวกันด้วย

พญ.วนิดา กล่าวต่อว่า 5.อบรมเด็กทุกคนให้เป็นผู้แจ้งเหตุโดยทันที รวมถึงแต่งตั้งนักเรียน เช่น หัวหน้า รองหัวหน้าห้อง ให้ทำหน้าที่แจ้งเหตุ 6.เมื่อรับแจ้งเหตุแล้ว ให้ผู้ที่มีพฤติกรรมรุนแรงต่อนักเรียนหยุดปฏิบัติงานในโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้ครูเอาคืนกับเด็ก เกลี้ยกล่อม หรือใช้อิทธิพลแบบอื่นกับเด็กที่ถูกกระทำและเด็กที่แจ้งเหตุ 7.ติดวงจรปิดตามที่ต่างๆ ที่นักเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในห้อง นอกห้อง มีผู้เฝ้าดูวงจรปิดและแจ้งทันทีเมื่อเกิดเหตุขึ้น 8.ผู้บริหารโรงเรียน ที่ไม่สามารถดูแลให้เป็นไปตามมาตรการดังกล่าว ถือว่าละเลยต่อหน้าที่ และนับเป็นความผิด และ 9.เพิ่มทักษะครูให้มีวิธีการทางบวกในการอบรมเด็ก โดยเฉพาะครูฝ่ายปกครองและครูที่เชื่อว่าจำเป็นต้องลงโทษด้วยการตี หรือดุด่าเท่านั้นจึงจะได้ผล

นายอัมพร กล่าวว่า สิ่งที่เสนอมานั้นถือเป็นเรื่องที่ดี ตนเคยเป็นครูมาก่อน จึงมีความเข้าใจดีว่าการที่ครูคนหนึ่งมาทำงานในโรงเรียนก็ได้ผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งเรื่องของจรรยาบรรณ การเรียนเรื่องจิตวิทยาความเป็นรู้ แต่สาเหตุที่เราพบปัญหาครูทำร้ายนักเรียนอาจจะมาจากปริมาณครูที่มีจำนวนมาก และผู้บริหารอาจจะหละหลวม ละเลย ไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนในโรงเรียน อย่างไรก็ตามเมื่อตนเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ. ตนตระหนักว่าเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นเรื่องสำคัญ

“มอบนโยบายให้ผู้บริหารทุกคนทราบว่าต้องทำโรงเรียนให้เป็นที่ปลอดภัย โดยทุกโรงเรียนต้องจัดประชุมผู้ปกครอง ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา และเปิดเวทีรับฟังนักเรียนทุกคนว่านักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัยเรื่องใด สาเหตุคืออะไร เกิดจากใคร และให้โรงเรียนออกมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้อีก ซึ่งผมยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเด็ก และให้คำมั่นว่าจะรับข้อเสนอทั้ง 9 ข้อมาสู่การปฏิบัติในอนาคต” นายอัมพร กล่าว

Advertisement