‘ณัฏฐพล’ เล็งเสนอแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ ครม.อนุมัติ 20 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือ 4 หน่วยงานหลัก คือ ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ประชุมอนุมัติร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2563-2570 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่เรามองว่าเด็กปฐมวัยอาจจะไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุมัติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 6 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการบรูณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย คณะอนุกรรมการวิจัยพัฒนา และจัดการความรู้ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะอนุกรรมการกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิ คณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย และคณะอนุกรรมการพัฒนาเด็กพิเศษและด้อยโอกาส ซึ่งจะเสนอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งต่อไป
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมหารือถึงปัญหาเด็กปฐมวัยว่าต้องได้รับการแก้ไขเรื่องใดบ้าง เช่น การพัฒนาตามสรรถนะของเด็กเพื่อให้เด็กพัฒนาได้ตรงตามวัย หรือทราบปัญหาของเด็กที่มีพัฒนาการช้าได้รวดเร็ว ถ้าเราทราบปัญหาก่อนก็จะหาทางแก้ไขได้เร็วขึ้น เพื่อให้เด็กเหล่านี้มีชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ ที่ผ่านมายอมรับว่ายังมีปัญหาเรื่องเหล่านี้อยู่ แต่ตนมองว่าทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น ผู้ปกครอง ครู ต้องเข้าใจกันและรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องร่วมกัน เพื่อจะแก้ไขปัญหาให้กับเด็กต่อไปได้
“คาดว่าแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2563-2570 จะเสนอให้ ครม.พิจารณาภายในวันที่ 20 ตุลาคม ผมว่าทุกหน่วยงานได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น แม้จะไม่มีแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย แต่ทุกหน่วยงานจะไม่ทอดทิ้งเรื่องเหล่านี้ จะพิจารณาเดินหน้าพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือพิจารณาการยกเลิกการสอบเข้าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต่อไป เพราะเรื่องเหล่านี้เราต้องทำความเข้าใจ ไม่ใช่เอาการแข่งขันมาเป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เกิดความกดดันทั้งครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่” นายณัฏฐพล
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระบวนการพัฒนาเด็กปฐมวัยอาจจะเชื่องช้า ศธ.จะพยายามผลักดันให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกัน แก้ไข และพัฒนาการศึกษาให้เด็กปฐมวัย หากแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย บังคับใช้จะเป็นการยกระดับพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยทั่วทั้งประเทศ ตนเชื่อว่าทั้ง 4 กระทรวง จะบรูณาการทำงานร่วมกันได้เพื่อพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยได้

