จับเข่าคุย ‘ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ พลิกโฉมสร้าง ‘วัฒนธรรม’ เพิ่มมูลค่า
หมายเหตุ – นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ ‘มติชน’ ถึงทิศทางการทำงานหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่เริ่มต้นรับราชการ กระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นปลัดวธ. งานยากในยุคที่ต้องปรับเปลี่ยน เปิดรับการทำงานรอบด้าน เพื่อให้งานวัฒนธรรมจับต้องได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ
๐ทราบล่วงหน้าหรือไม่ว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดวธ.?
“ไม่ทราบเลย รู้ว่าได้รับแต่งตั้งจากข่าว แต่สำหรับตัวเองไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งไหน ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่เคยคิดว่าวันข้างหน้าจะต้องได้รับตำแหน่งอะไร การที่ได้มาทำงานตรงนี้ หมายความว่าผู้ใหญ่ให้โอกาส และเห็นความสามารถความรับผิดชอบที่มีให้กับงาน ดังนั้นจะรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาจะได้รับมอบหมายให้ดูแลงานใหญ่ๆ มาโดยตลอด อย่างงานดูแลเด็กเยาวชน ผ่านเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่9 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่ ตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้มีเครือข่ายการทำงานด้านต่าง ๆ ซึ่งได้มาช่วยเหลือการทำงานจนถึงปัจจุบัน
หลังจากนั้นวธ. ก็ได้รับความไว้วางใจให้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 34 และ35 ได้นำส่วนหนึ่งของานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10ในเรื่องของมหรสพสมโภชมาออกแบบและแตกต่างงาน ทำให้ได้รับคำชื่นชมจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสร้างความประทับใจให้กับผู้นำประเทศที่มาร่วมประชุม ถือว่าตรงนั้นได้โอกาสนำความรู้ประสบการณ์ที่มีอยู่มาใช้ เพราะส่วนตัวเรียนจบมาด้านภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ เป็นพื้นฐานให้มีความรู้มีความเข้าใจทักษะเรื่องการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การสร้างการรับรู้ ทำให้การทำงานไม่มีปัญหา ทุกๆงานสะท้อนว่าผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจ กระทั่งได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่สำคัญนี้ การเป็นปลัดหรือไม่เป็นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แม้หลายคนจะมองว่า เป็นสิ่งสูงสุดของการเป็นข้าราชการประจำ แต่สำหรับตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่จุดไหน ถ้าทำงานแล้วได้รับการยอมรับ เป็นสิ่งที่มีคุณค่ากว่า ”
๐งานสำคัญที่นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการวธ. ฝากให้เร่งขับเคลื่อน ?
“ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ แต่จะมีการประชุมมอบนโยบายกับข้าราชการทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งหลัก ๆ การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในปีนี้ จะเน้นให้สอดคลองกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลมอบให้วธ. ทำ นายอิทธิพล ได้ย้ำว่า เรื่องใดที่ดีอยู่แล้ว ก็ให้ดำเนินการต่อ เช่น ขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมโดยใช้พลัง บวร หรือ บ้าน วัด โรงเรียน เป็นจุดแข็งที่จะนำไปต่อยอด ขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่จะต้องดูว่าจะมุ่งไปทางไหนได้บ้าง ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการวธ. หรืออดีตปลัดวธ. วางรากฐานไว้ดีอยู่แล้ว พอมารับตำแหน่งก็พัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่า และมูลค่าไปพร้อมกัน หน่วยงานอื่นอาจจะมองแค่มูลค่าที่เกิดขึ้น แต่วธ. ต้องดูเรื่องจิตใจควบคู่ไปด้วย การพัฒนาต้องเริ่มตั้งแต่พัฒนาคน องค์ความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ขณะเดียวกันต้องเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ก็ได้เข้าไปช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมขน แต่ละพื้นที่จะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน เป็นที่มาว่าได้มอบการบ้านให้ทุกจังหวัดสำรวจ จังหวัดของตัวเองมีอะไรดี มีศิลปิน ศิลปะการแสดงอะไร รวมถึงการท่องเที่ยว เพื่อรวบรวมทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะต่อยอดในเรื่อง บวร On Tour เป็นต้น ”
๐คนมองว่า งานวัฒนธรรมเป็นเรื่องนามธรรม จับต้องไม่ได้ ?
“ส่วนตัวมองว่า งานวัฒนธรรมมีทั้งจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ อย่างมรดกภูมิปัญญาอยู่ในตัวคน แต่เมื่อนำมาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ก็กลายเป็นทุนวัฒนธรรมที่จับต้องได้ อยู่ที่การนำไปใช้ อย่างเช่นภูมิปัญญางานช่างต่าง ๆ แม้กระทั่งงานบริการ หรือขั้นตอนการทำงานก็เรียกว่าเป็นนวัตกรรม วธ.เองก็กำลังพัฒนาสร้างนวัตกรรมการทำงานให้รวดเร็ว มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรม วธ.ต้องใช้ทุนตรงนี้ให้เกิดประโยชน์มากกว่าหน่วยงานอื่น เพราะเรามีทั้งความรู้และความเข้าใจ
อย่างล่าสุดประชุมเรื่องประวัติศาสตร์ร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พบว่าเด็กไม่ได้ใช้ตำราเรียนประวัติศาสตร์เล่มเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกหลักสูตรแกนกลางให้โรงเรียนไปจัดหาหนังสือเรียนได้เอง เด็กส่วนใหญ่จะอ่านประวัติศาสตร์จากตำราเรียน ไม่เหมือนเด็กในต่างประเทศที่โรงเรียนพาไปทัศนศึกษาให้ได้เห็นของจริง โรงเรียนของเรายังมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เด็กไทยอยู่แต่ในตำรา ไม่ได้ไปเห็นของจริง ไม่เกิดความภาคภูมิใจ วธ.จึงเตรียมทำข้อเสนอ จับมือกับศธ.ออกแบบตำราเรียน ในฐานะที่วธ. เป็นคลังความรู้ ขณะเดียวกันจะจับมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) วางแผนพัฒนาเด็ก จับมือ กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน จากโอท็อบหรือ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ มาสู่ ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม หรือCPOT สิ่งเหล่านี้ จะทำให้ได้เครือข่ายที่เข้มแข็ง คิดว่าทำได้ ไม่ใช่เรื่องยาก ”
๐ทิศทางการทำงานจากนี้ ?
“คนในองค์กรต้องมองภาพเดียวกัน เรายังใช้เครือข่ายในการทำงานได้ไม่มาก บางอย่างก็ทำงานซ้ำซ้อน จากนี้วธ.จะเริ่มปรับเปลี่ยน โดยได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการวธ. จะใช้นโยบายบูรณาการทำงานและงบประมาณร่วมกัน ทำให้เป็นบิ๊กโปรเจค ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ผู้บริหารวิ่งไปเปิดงาน เหนื่อยแต่ไม่เกิดแรงกระเพื่อมอะไร แต่การที่แต่ละองค์กรมาทำงานร่วมกันจะเกิดเป็นโปรเจคที่เข้มแข็งมีงบประมาณใช้มากขึ้น มีคนช่วยคิดมากขึ้น ซึ่งดิฉันได้คุยกับอธิบดีกรมต่าง ๆ ไว้บ้างแล้วว่า ปีนี้จะมีการทำงานรูปแบบใหม่ ทุกคนก็ยินดีพร้อมทำงานร่วมกัน เกิดเป็นเครือข่าย ในการสร้างภาพลักษณ์ ต่อยอดขยายผลให้องค์กรต่อไป ซึ่งต้องพัฒนไปเรื่อย ๆ ส่วนตัวเองก็ตั้งเป้าไว้แล้วว่า การทำงานจากนี้ 3 ปีข้างอยากเห็นอะไร 6 ปีข้างหน้าอยากเห็นอะไร แต่ทั้งหมดเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ส่วนตัวอยากเห็นผลเร็วกว่านั้น อาจเป็นภายใน 10 ปี แต่อยู่ที่การปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดหรือที่เรียกว่า มายเซ็ทของเรา ทุกคนต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ถ้าเราทำแบบนั้นได้ คิดว่า การทำงานจะไปได้เร็วกว่าที่ยุทธศาสตร์ชาติวางไว้”
๐จะมีการตรวจสอบเรื่องปัญหาการทุจริตหรือไม่ ?
“แน่นอนวธ. มีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีคณะกรรมการคุณธรรม สังคมก็จะเฝ้ามองว่า เราจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องทุจริตอย่างไร แต่ก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน ปัจจุบันโลกของโซเชียลมีทั้งเฟคนิวส์ การกลั่นแกล้งบนพื้นที่ออนไลน์ หรือไซเบอร์บูลลีอิงข่าวบางเรื่อง อาจไม่เป็นความจริง แต่ถูกโยง ถูกบิดประเด็น ดิฉันได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกว่า 2 ปี หากมีเรื่องร้องเรียน ขึ้นแรกจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายไม่ฟันธงว่า ผิดหรือถูก โดยตั้งคณะกรรมการลงไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงในทางลับแต่ถ้าใครทำผิดจริงก็จะไม่เอาไว้ ส่วนตัวบอกตลอดว่า ไม่ต้องมาวิ่งตำแหน่ง ใครวิ่งจะไม่ได้ แต่ถ้าใครอยู่เฉย ๆ แล้วทำงานเราให้”
๐มองภาพวธ.ในอีก 3 ปี หรือ 6 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ?
“วธ.จะพัฒนาคนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ส่วนเชิงกายภาพกำลังจะปรับโครงสร้างและขยายตำแหน่งให้มากขึ้น ตามภาระกิจการทำงานที่เพิ่มเข้ามาสร้างขวัญกำลังใจให้กับคน และให้มีการบริหารการทำงานที่คล่องตัว ปรับองค์กรให้เหมาะสมกับงานและขับเคลื่อนได้เร็ว วธ.จะเป็นเซ็นเตอร์ที่จะไปแตะมือกับทุกกระทรวงในการทำงานร่วมกัน”
๐คติประจำใจ ในการทำงาน
“ทำวันนี้ ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อย้อนหลับไปดูแต่ละวันจะได้ไม่เสียใจ ที่สำคัญคนที่ทำงานกับเราต้องซื่อสัตย์ ห้ามเด็ดขาดเรื่องการเรียกรับเงิน เพราะถ้าเขารับ นั่นหมายความเหมือนกับว่า เรารับด้วย แต่ก็โชคดีที่รอบตัวมีแต่คนดี ๆ มีลูกน้องที่พร้อมจะทุ่มเทการทำงาน”

