‘สมพงษ์’ ค้านนโยบายเลิกรีไทร์ งง ‘รมว.อว.’ ขาดหลักคิดวิชาการ

22.10.20 | 11:45 น.

‘สมพงษ์’ ค้านนโยบายเลิกรีไทร์ งง ‘รมว.อว.’ ขาดหลักคิดวิชาการ

ยกเลิกรีไทร์ – ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) มีมติยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา โดยให้ยกเลิกการรีไทร์ หรือถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ตามนโยบายของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ทั้งรัฐ และเอกชน สามารถกำหนดเกณฑ์ระยะเวลาได้เอง ให้สอดคล้องกับนโยบาย และแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น มองว่านโยบายนี้มีความเร่งด่วน และจำเป็นต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้หรือไม่ เพราะการยกเลิกการรีไทร์ไม่ควรกำหนดเป็นนโยบายในเวลานี้ เนื่องจากมีเรื่องที่สำคัญ และเป็นปัญหาวิกฤตกว่าที่ อว.ต้องเร่งแก้ไข เช่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ปัญหาของประเทศ ความต้องการประชาธิปไตย ต้องการมีเวทีในการแสดงออกทางความคิด หรือในอนาคตของนิสิตนักศึกษาจะมีงานรองรับเมื่อเรียนจบหรือไม่ เป็นต้น

“ทำไม อว.ไม่กำหนดสิ่งเหล่านี้เป็นนโยบาย หรือปรับเปลี่ยนระบบหลักสูตรให้ทันสมัย ทันกับตลาดแรงงานในอนาคต สิ่งเหล่านี้ผมมองว่าเป็นนโยบายสำคัญ แต่นายเอนกกลับไปผลักดันนโยบายปลาซิวปลาสร้อย เรื่องยกเลิกรีไทร์นั้น อาจจะเป็นนโยบายจำเป็น แต่ไม่ควรผลักดันในเวลานี้ อีกทั้ง การยกเลิกรีไทร์โดยไม่กำหนดกรอบเวลา และให้มหาวิทยาลัยกำหนดระยะเวลาเองนั้น ผมไม่เห็นด้วย เพราะขาดหลักคิดทางวิชาการ ผมคิดว่าระบบการเรียนอุดมศึกษา เป็นเรื่องการเรียนของผู้ใหญ่ ที่ผู้เรียนต้องรับผิดชอบตนเอง ผมคิดว่าการให้คนได้รู้เนื้อหา รู้เรื่องเวลา รู้กติกาของการเรียนรู้ร่วมกัน จะทำให้ผู้เรียนตั้งใจ วางแผนอนาคต และวางแผนชีวิตได้ หากใส่หลักคิดเหล่านี้ได้ จะทำให้นโยบายยกเลิกรีไทร์ยืดหยุ่นขึ้น แต่ตอนนี้นโยบายดูลอยเกินไป และไม่ค่อยมีที่ไหนทำกัน” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า นโยบายนี้ยังสร้างภาระให้อาจารย์ที่ปรึกษาแน่นอน เพราะขณะนี้อาจารย์แต่ละคนรับภาระเรื่องงานสอนจำนวนมาก และต้องมีภาระเรื่องการคุมวิทยานิพนธ์ การรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เรื่องเหล่านี้จะทบเข้าไป และจะทำให้ภาระงานอาจารย์กลายเป็นดินพอกหางหมู และคนที่กำหนดนโยบายจะเข้าใจภาระงานของอาจารย์มากน้อยแค่ไหน