เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ นายปิยรัฐ จงเทพ นักศึกษาโครงการบัณฑิตศึกษา มธ. และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ฉีกบัตรลงประชามติที่สำนักเขตบางนา พร้อมระบุว่า สิ่งที่ทำเป็นการตัดสินใจไปด้วยเหตุผล มีสติครบสมบูรณ์ ไม่ได้เสพสุรา หรือของมึนเมา จะขอสู้คดีในชั้นศาล ให้เห็นถึงการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมในการทำประชามติครั้งนี้ ว่า ทราบว่านักศึกษาคนดังกล่าว ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว โดยตนได้หารือกับนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มธ. เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังนายปิยรัฐ เพื่อสอบถามข้อมูลและให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปี 2549 โดยอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉีกบัตรเลือกตั้ง ดังนั้นครั้งนี้จึงมีการกำหนดโทษทางกฎหมายไว้ชัดเจน ในมาตรา 59 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ว่าผู้ใดทําลายบัตรที่มีไว้สําหรับการออกเสียงโดยไม่มีอํานาจกระทําได้ หรือจงใจกระทําการด้วยประการใดๆ ให้บัตรออกเสียงชํารุด หรือเสียหาย หรือกระทําการด้วยประการใดๆ แก่บัตรเสียให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ซึ่งนายปิยรัฐคงต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย
“มธ.ขอแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน 3 ข้อ คือ 1.การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนบุคคล ในรูปแบบอารยะขัดขืน ซึ่งผู้กระทำก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย 2.มหาวิทยาลัยจะดำเนินการช่วยเหลือนักศึกษา โดยจะประกันตัว และให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามที่นักศึกษาร้องขอ ตามสมควร และ 3. มหาวิทยาลัยไม่ต้องการปิดกั้นสิทธิในการแสดงออกของนักศึกษา และบุคลากร จึงขอให้สังคมเข้าใจความแตกต่างทางความคิดที่เกิดขึ้นด้วย” นายชาลีกล่าว

