ทปอ.ยันใช้โอเน็ตเข้ามหา’ลัยปี 64 เล็งเลิกใช้คัดเลือก ‘ทีแคส’ รอบ4ในปี 66 ห่วงโควิด-19รอบ 2 ผุดมาตรการรับมือ
ทีแคส – นายพีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมหารือสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อวางแนวทางการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ซึ่งอนาคตอาจใช้วิธีสุ่มสอบ นักเรียนชั้น ป.6, ม.3 และ ม.6 ไม่ได้สอบทุกคนเหมือนที่ผ่านมา ส่วนนักเรียนชั้น ม.6 ที่ต้องใช้คะแนนโอเน็ตเป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนต่อ ทปอ.สามารถกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าศึกษาต่อได้เองนั้น ทปอ.ยืนยันจะใช้คะแนนโอเน็ตในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยระบบทีแคส ในรอบที่ 4 แอดมิสชั่นส์ ซึ่งจะใช้โอเน็ตเป็นองค์ประกอบร้อยละ 30 ต่อไป เพราะหากปรับองค์ประกอบ จะต้องแจ้งให้นักเรียนทราบล่วงหน้า 3 ปี เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมพร้อม และในปีการศึกษา 2566 ทปอ.จะยกเลิกทีแคส รอบที่ 4 เหลือรอบคัดเลือกด้วยแฟ้มสะสมงาน รอบโควต้า รอบรับตรงร่วมกัน และรอบรับตรงอิสระ ซึ่งไม่ได้ใช้คะแนนโอเน็ตเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก
“ซึ่งแนวทางนี้มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เห็นด้วย และไม่กังวลในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันที่ประชุม ทปอ.เมื่อเร็วๆ นี้ ยังหารือกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพิ่มทักษะการมีงานทำ ซึ่งเป็นการปรับในทิศทางที่ดี ตรงกับทิศทางการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ดังนั้น ในการเข้าคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบทีแคส จะต้องปรับเพิ่มข้อสอบ TGAT ซึ่งไม่เน้นความรู้ทางวิชาการเชิงลึกมากนัก แต่จะเน้นทักษะ การคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และอย่างมีเหตุผล” นายพีระพงศ์ กล่าว
นายพีระพงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม ทปอ.เมื่อเร็วๆ นี้ ยังหารือมาตรการบริหารความเสี่ยงกรณีมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 รอบ 2 ว่าจะดำเนินการคัดเลือกเข้าเรียนด้วยระบบทีแคสอย่างไร ซึ่งต้องหารือกับ สทศ.เพราะการบริหารความเสี่ยงมีความเกี่ยวพันกับการสอบ ทั้งการสอบโอเน็ต การทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT การทดสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ หรือ PAT การสอบวิชาสามัญ โดยมีข้อเสนอแนะหลายแนวทาง อาทิ กรณีที่ สพฐ.ไม่สามารถส่งคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย หรือ GPAX ครบทั้ง 6 ภาคเรียน ให้ปรับใช้คะแนน GPAX แค่ 5 ภาคเรียนแทน
นายพีระพงศ์กล่าวอีกว่า กรณีไม่สามารถจัดสอบโอเน็ตได้ ให้ตัดคะแนนโอเน็ต ร้อยละ 30 ออก เหลือคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือกเพียง ร้อยละ 70 กรณีไม่สามารถจัดสอบ GAT, PAT และวิชาสามัญได้ ให้ข้ามการรับเด็กในรอบที่ใช้คะแนนดังกล่าวเป็นองค์ประกอบ ไปรับสมัครในรอบที่ 5 รับตรงอิสระ โดยให้มหาวิทยาลัยกำหนดองค์ประกอบในการคัดเลือกเอง และส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ระบบเคลียร์ริ่งเฮาส์ของ ทปอ.โดยจะให้มหาวิทยาลัยรับเด็กเข้าเรียนในรอบนี้ได้ 2 ครั้ง หรือหากยังจำเป็นต้องจัดสอบ ก็ใช้วิธีบริหารความเสี่ยง โดยการเพิ่มสนามสอบให้มากขึ้น หรือให้สอบในสถานที่โล่ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
“ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการประกาศของทางรัฐบาล หากให้ยืดหยุ่น ทปอ.ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน” นายพีระพงศ์ กล่าว

