‘สุเทพ’ แนะ ว.อาชีวะทั่วประเทศหาจุดเด่น สกัดแย่งรับนักศึกษา

2.11.20 | 18:25 น.

‘สุเทพ’ แนะ ว.อาชีวะทั่วประเทศหาจุดเด่น สกัดแย่งรับนักศึกษา

วิทยาลัยอาชีวะ – เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากที่ตนลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่เน้นธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก พบว่า วิทยาลัยอาชีวะใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง มีศักยภาพที่จะพัฒนาคนรองรับความต้องการแรงงานในจังหวัดได้อย่างหลากหลาย และแตกต่างกัน เช่น วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต เน้นพัฒนาคนในด้านการซ่อมบำรุงเรือยอร์ช วิทยาลัยเทคนิคถลาง เน้นสอนธุรกิจการบิน วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เน้นการท่องเที่ยว การโรงแรม และวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต เน้นพัฒนาทักษะอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการนวด เสริมสวย การทำอาหาร เป็นต้น พร้อมพัฒนาทักษะเทคโนโลยีให้กับผู้ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ ให้ทันโลกในยุคปัจจุบันด้วย จะเห็นว่าแต่ละแห่งมีศักยภาพในการพัฒนาคนที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะนำจุดเด่นของแต่ละวิทยาลัยลัย พัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ต่อไป ถือเป็นการนำฐานเดิมที่มีอยู่มาต่อยอดขับเคลื่อนตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

“วิทยาลัยอาชีวะใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง ไม่เคยเกิดปัญหาแย่งนักศึกษากัน เพราะแต่ละแห่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งในภาพรวมทั่วประเทศ ผมมอบนโยบายให้วิทยาลัยทุกแห่งหาจุดเด่นของตัวเอง เพราะ สอศ.ไม่ต้องการให้สถานศึกษาในสังกัดแย่งเด็กกันเอง ดังนั้น ทุกวิทยาลัยจะต้องหาจุดเด่นของตนเองให้เจอ และเน้นพัฒนาเรื่องนั้นไป เมื่อทุกวิทยาลัยสามารถพัฒนาจุดเด่นได้ จะเป็นเรื่องง่ายกับ สอศ.ในการใช้งบประมาณพัฒนาให้กับวิทยาลัยแต่ละแห่งด้วย” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้วางแผนตั้งศูนย์ประสานดูแลนักเรียน นักศึกษา ที่มาฝึกงานในรูปแบบทวิภาคีใน จ.ภูเก็ต เนื่องจากวิทยาลัยอาชีวะจังหวัดต่างๆ ส่งนักเรียน นักศึกษา เข้ามาฝึกงานใน จ.ภูเก็ต จำนวนมาก ซึ่งการดูแลจัดการอาจไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร ดังนั้น ถ้าสามารถตั้งศูยน์ประสานดูแลนักเรียน นักศึกษาได้ เมื่อนักเรียน นักศึกษาเกิดปัญหา สามารถเข้าไปจัดการอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ จะนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เรื่องการปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง มาปฏิบัติด้วย คือการปลดล็อกการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนในการจัดการศึกษาของ สอศ.ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาวิเคราะห์เรื่องนี้แล้ว และจะดำเนินการแก้ไขหลักสูตรได้เร็วขึ้น ที่ปัจจุบันตัวโครงสร้างหลักสูตรถูกล็อกด้วยเงื่อนไขของเวลา การกำหนดระยะเวลาในการพัฒนาหลักสูตร ควรสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง