‘ก.ค.ศ.’ รับฟังความเห็นเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ชี้ทุกฝ่ายเห็นด้วย หวังสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาต่อเนื่อง

6.11.20 | 14:43 น.

‘ก.ค.ศ.’ รับฟังความเห็นเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ชี้ทุกฝ่ายเห็นด้วย หวังสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นรับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างระบบเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะผู้บริหารสถานศึกษา และเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะผู้บริหารการศึกษา ซึ่งจากการประชุมพบว่าทั้งหมดเห็นด้วยกับกรอบแนวคิดที่ ก.ค.ศ.พัฒนาขึ้นมา โดยให้ข้อสังเกตว่าระบบวิทยาฐนะใหม่จะเป็นการสร้างแรงจูงใจ และทำให้เกิดการพัฒนาตามที่ ก.ค.ศ.วางไว้ 4 ข้อ คือ 1.ต้องลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน 2.ระบบการประเมินต่อไปจะเป็นออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้ทันสมัยและไม่ยุ่งยาก 3.การประเมินต้องลงไปที่ผลการปฏิบัติงานของครู โดยต้องเห็นภาพการทำงานหน้างานจริงของครู และ4. ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะการทำงานในอนาคตของเด็กด้วย

นายประวิต กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมให้ข้อสังเกตและอยากให้ ก.ค.ศ. รับไปพิจารณา คือ เรื่องการลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง จาก 5 ปี เหลือ 4 ปี หรือ 3 ปี ได้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เห็นว่ายาวนานเกินไป และไม่กระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสนอให้ ก.ค.ศ.หาวิธีการในการลดระยะเวลาการประเมินให้กับคนที่มีความสามารถสูง หรือคนที่ทำงานอยู่ในภาวะยากลำบาก ทำงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล กันดาร หรือครูที่ดูแลนักเรียนพักนอน ครูการศึกษาพิเศษในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และมีข้อเสนอว่านอกจากจะวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะในศตวรรษที่ 21 แล้ว ควรการสอนให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย

“นอกจากนี้ที่ประชุมหารือถือหลักเกณฑ์การโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ยังเห็นว่าเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาครั้งที่ผ่านมา ควรมีปรับปรุงการหลายจุด เช่น เรื่องขนาดของโรงเรียน ตัวบ่งชี้การประเมินศักยภาพของผู้บริหาร และประสบการณ์การทำงาน ซึ่ง ก.ค.ศ. จะเก็บข้อมูลที่หารือกันวันนี้มาสู่การปรับปรุงต่อไป” นายประวิต กล่าว