เล็งถกก.ค.ศ.แก้เกณฑ์ย้าย ‘บิ๊กร.ร.’ อัมพร สั่งสพท.เช็กปัญหา‘ว6’ก่อนปรับใหม่
เล็งถกก.ค.ศ.แก้เกณฑ์ย้าย‘บิ๊กร.ร.’ สพฐ.รับปรับขนาดสถานศึกษาพลาด สั่งสพท.เช็กปัญหา‘ว6’ก่อนปรับใหม่
นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ประจำปี 2563 รอบ 2 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปกำหนดจำนวนนักเรียนตามขนาดสถานศึกษาใหม่ ส่งผลให้โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษและโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ลดลง ทำให้ขาดผู้มีคุณสมบัติย้ายมาโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษได้นั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) แต่ตนก็ได้ย้ำผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาในทางปฏิบัติให้ไปดูรายละเอียด เกณฑ์การย้ายตาม ว6 ในรอบแรกว่ามีปัญหาในประเด็นใดบ้างเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข ในการย้ายครั้งต่อไป รวมถึงให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การย้ายรอบ 2 ที่ ก.ค.ศ.อนุมัติอย่างเคร่งครัด หากมีอะไรที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ให้ขอมติ กศจ. เป็นการเฉพาะในจังหวัดนั้นๆ
“ผมได้ขอให้ผู้อำนวยการ สพท.ทุกแห่งช่วยกันตรวจสอบ ว่าเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาตาม ว6 มีปัญหาตรงจุดใดบ้าง โดยขอให้รวบรวมและสรุปส่งมาที่ ก.ค.ศ. เพื่อหารือร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล ก.ค.ศ. เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนราชการมากที่สุด ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากหลักเกณฑ์ แต่มาจากการกำหนดจำนวนนักเรียนตามขนาดสถานศึกษาใหม่ ซึ่งต้องหาทางแก้ไขต่อไป” นายอัมพรกล่าว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่กังวลว่าการย้ายครั้งนี้จะเกิดปัญหาฟ้องร้อง เพราะดำเนินการทุกอย่างตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด ส่วนจะกำหนดจำนวนนักเรียนตามขนาดสถานศึกษาใหม่หรือไม่นั้น คงต้องไปดูรายละเอียดเพราะปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากขนาดของสถานศึกษาทั้งหมด แต่อาจเกิดจากเงื่อนไขปัจจัยอื่นประกอบด้วย หลังจากการโยกย้ายครั้งนี้เสร็จสิ้น ก็จะเริ่มดำเนินการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ขึ้นบัญชีไว้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำปฏิทินการอบรมพัฒนา เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารโรงเรียนทั่วประเทศ

