‘ครูตั้น’ ชี้ที่ผ่านมาจริงใจแล้ว ม็อบเด็กไล่นายกฯเป็นสิทธิ-แก้ระเบียบทรงผมยังไม่ยุติ

10.11.20 | 15:56 น.
‘ครูตั้น’ ชี้ที่ผ่านมาจริงใจแล้ว ม็อบเด็กไล่นายกฯเป็นสิทธิ-แก้ระเบียบทรงผมยังไม่ยุติ
‘ครูตั้น’ ชี้ที่ผ่านมาจริงใจแล้วม็อบเด็กไล่นายกฯเป็นสิทธิ-แก้ปัญหาทรงผมยังไม่ยุติ ขอดูภาพรวม กรณียกเลิกเครื่องแบบนักเรียนต้องดูผลกระทบภาพรวมทั้งความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำ

ระเบียบทรงผมนายณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษา  เตรียมเสนอปรับแก้ระเบียบศธ. ว่าการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 ข้อ 4 โดยเปิดกว้างให้ นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย และข้อ 7 ภายใต้ข้อบังคับข้อ 4 ให้สถานศึกษาวางระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนได้เท่าที่ไม่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาหรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเอกชนแล้วแต่กรณี ก่อนดำเนินการในวรรคหนึ่งให้สถานศึกษาดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครอง รวมทั้งเผยแพร่ผลรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไว้ในสถานศึกษาหรือระบบสารสนเทศของสถานศึกษานั้น ทางคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนฯ ยังไม่ได้ส่งข้อเสนอมาให้ตนพิจารณา แต่พอจะทราบในเบื้องต้น ซึ่งคงต้องรับฟังทุกฝ่าย  ทั้งนี้มติของที่ประชุมดังกล่าว ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ต้องดูความเหมาะสม ดูบริบทขอโรงเรียนและครูประกอบด้วย แต่คิดว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ตามข้อเรียกร้องของนักเรียนทั้งให้แต่งกายตามเพศสภาพ ยกเลิกการแต่งเครื่องแบบนักเรียน และเครื่องแบบลูกเสือ ยุวกาชาด เนตรนารี นั้น เท่าที่สัมผัสกับนักเรียนในจังหวัดต่าง ๆ พบว่าข้อเรียกร้องเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ไม่ได้เป็นเรื่องที่มีข้อเรียกร้องในวงกว้าง เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำซึ่งจะมีผลกระทบซ้อนเข้ามาทำให้เกิดปัญหาในภาพรวม

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวด้วยว่า กรณีที่กลุ่มนักเรียนเลว เตรียมยกระดับการชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้แต่งตั้งตนในดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการศธ.วันที่ 21 พฤศจิกายน  นั้น เป็นเรื่องของสิทธิแต่ละคน  ขณะที่นายกฯ ไม่ได้มีการสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว และส่วนตัวคงไม่ไปรับข้อร้องเรียนของกลุ่มนักเรียนอีก เพราะคิดว่าที่ผ่านมาตนได้แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาของนักเรียนกลุ่มนี้แล้ว โดยได้นำข้อเรียกร้องมาตั้งคณะทำงาน มีการประชุมที่สามารถจับต้องได้ถึงแนวทางข้อเสนอ  โดยใช้เวลาที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ตามบริบทของเรื่อง เรื่องใดที่มีความซับซ้อน  อย่างเช่นการละเมิด การกระทำความรุนแรง และความปลอดภัยในสถานศึกษา ความล้าหลังของสถานศึกษาที่ประทบต่อนักเรียน นักศึกษา และการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา ก็ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา

“ผมคิดว่า ได้แสดงความจริงใจซึ่งการแก้ปัญหา หลายเรื่องคิดว่า มีความเหมาะสมแล้ว ส่วนคนที่อาจไม่ได้ดังใจแล้วบอกว่า ต้องปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการศธ. ก็คงต้องดูความจริงใจและความลึกซึ้งในการแก้ปัญหาของผมด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ปล่อยให้เรื่องผ่านไปโดยไม่ได้นำมาเป็นประเด็นที่แก้ไข ทั้งนี้การแสดงออกหรือยกระดับการชุมนุม เป็นสิทธิของแต่ละกลุ่ม แต่จะมาบอกว่า กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของนักเรียน ก็คิดว่า ประชาชนสามารถตัดสินใจได้”นายณัฏฐพล กล่าว

 

Advertisement