จับเข่าคุย ‘อัมพร พินะสา’ แก้โจทย์ ‘ร.ร.ดีมีคุณภาพ’
หมายเหตุ- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “มติชน” ถึงทิศทางการทำงานและนโยบายในการบริหารจัดการโรงเรียนทั่วประเทศ ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเป็นเลขาธิการกพฐ.อย่างเป็นทางการ
๐กว่า 2 เดือนในตำแหน่งเลขาธิการกพฐ. เป็นอย่างไรบ้าง ?
“การทำงาน ไม่มีอะไรหนักใจ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นองค์กรที่มีภารกิจมาก รวมถึงมีปัญหาค่อนข้างซับซ้อน ตั้งแต่เรื่องขนาดของโรงเรียนที่มีความแตกต่างกัน ทั้งใหญ่พิเศษ ที่มีนักเรียน กว่า 4,000 คน จนถึงขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่ถึง 20 คน ขณะเดียวกันยังมีความแตกต่างเรื่องบริบทชุมชนที่หลากหลายทั้งภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ”
๐เรื่องใดเป็นจุดอ่อนหรือจุดแข็ง?
“จุดแข็งของสพฐ.คือ จัดการศึกษาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นหน่วยงานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร แต่ก็มีจุดอ่อนเรื่องความเหลื่อมล้ำ ทั้งมิติภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม การคมนาคม และความแตกต่างด้านขนาดโรงเรียน สิ่งที่จะทำได้ คือ จัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ไม่ว่าเด็กจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศไทย ก็ควรได้รับโอกาสในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ต่างกัน เป็นที่มาของแนวคิด *“สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ”* ซึ่งต้องทำให้โรงเรียนทุกแห่งให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ ทั้งนี้คุณภาพไม่ได้หมายถึง เด็กเรียนได้คะแนนสูงอย่างเดียว แต่มองในเรื่องคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ และโอกาสในการได้รับการจัดการศึกษาที่ไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก หรือโรงเรียนขนาดใหญ่ ก็ควรจะได้รับความสุขในบริบทที่ควรจะเป็น
เมื่อมีแนวคิดเช่นนี้ จึงมีนโยบายใช้พื้นที่เป็นฐานในการกำหนดคุณภาพขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม ซึ่งต้องเป็นไปตาม สภาพปัญหา ความต้องการและเป้าหมายของโรงเรียน ขณะที่สพฐ.ก็ต้องปรับตัวจากเดิมที่ ควบคุม ชี้นำ มาเป็นการส่งเสริมสนับสนุนและนิเทศก์ติดตาม กระจายอำนาจความรับผิดชอบไปให้โรงเรียนมีโอกาสได้คิด นั่นหมายความว่า ต้องไม่ตัดเสื้อตัวเดียว ใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศ”
๐บริหารตามบริบทของพื้นที่ นำไปสู่การยุบหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก?
“ไม่อยากใช้คำว่ายุบหรือควบรวม แต่การที่มีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากทำให้ครูและการบริหารมีข้อจำกัด แนวทางที่วางไว้คือ ต่อยอดโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้แนวทาง พัฒนาการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้ให้คนในขาติ กระบวนการศึกษาต้องพัฒนาคนตั้งแต่เกิด ไปจนกระทั่งมีงานทำและมีรายได้
แต่ยังมีปัญหาเด็กที่เรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนมัธยมประจำตำบลส่วนใหญ่นิยมเรียนต่อสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ จึงมีแนวคิดทำโรงเรียนดีชุมชน ซึ่งรวมเด็กในโรงเรียนใกล้เคียง 6-7 แห่งมาใช้ทรัพย์กรร่วมกัน สุดท้ายถ้าโรงเรียนนี้ดีจริงเด็กก็จะเรียนใกล้บ้าน ไม่ไปเรียนในเมือง เป็นการรวมโมเดล โรงเรียนดีใกล้บ้าน โรงเรียนแม่เหล็ก โรงเรียนดีประจำตำบล มาอยู่ในโมเดลของโรงเรียนดีชุมชน หากสามารถทำได้ดี ตั้งใจจะขยายโรงเรียนดีชุมชนไปทั่วประเทศ ประมาณ 7-8 พันโรงเรียน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับประถมศึกษา”
๐ในส่วนของระดับมัธยมศึกษาจะพัฒนาอย่างไร?
“จะให้โรงเรียนมัธยมในอำเภอหรือตำบลที่มีศักยภาพ ยกระดับเป็นโรงเรียนดีสี่มุมเมือง เพื่อสกัดนักเรียนที่จะเข้าไปโรงเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัดไว้ มุ่งส่งเสริมอาชีพ เพื่อส่งต่อไปเรียนอาชีวศึกษา ส่วนโรงเรียนประจำจังหวัด ก็ส่งเสริมด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับนานาชาติ”
๐แนวทางนี้ถือว่า เป็นการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กไปในตัว?
“ถ้าเด็กประถมหรือเด็กอนุบาลมาเรียนรวมในโรงเรียนดีชุมชนได้ จะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กว่างลง สามารถนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อื่นๆ อาทิ จัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ สร้างบ้านพักครู หรือเป็นแหล่งฝึกอาชีพอื่นของชุมชน”
๐ตั้งเป้าหรือไม่ว่า โมเดลนี้จะสามารถลดโรงเรียนขนาดเล็กได้กี่แห่ง?
“ถ้าทำสำเร็จจะลดโรงเรียนเหลือประมาณ 8 พันโรงเรียนทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 3 หมื่นโรงเรียน ซึ่งถือว่าลดลงไปมากกว่าครึ่ง ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล บนเกาะหรือพื้นที่สูง มีความจำเป็นต้องคงอยู่ ก็ใช้วิธีการบริหารในรูปแบบโรงเรียนสแตนด์อโลน โดยจะต้องเป็นการคงอยู่อย่างมีคุณภาพมีการสนับสนุนทั้งทรัพยากรครู วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะสามารถลดครอสจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กลงได้แล้ว การบริหารจัดการแบบนี้ มุ่งเป้าไปที่คุณภาพผู้เรียน โดยไม่เพิ่มอัตราครูและงบประมาณ แต่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”
๐ฟังแล้วเป็นเรื่องดี แต่ยาก?
“ยาก แต่ท้าทาย แน่นอนการทำตรงนี้ไม่ได้ทำเพื่อส่วนราชการเท่านั้น แต่ทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและผู้ปกครองทั่วประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
๐เดินหน้าเรื่องการตรวจสอบทุจริตอย่างไร ?
“ทุกอย่างตรวจสอบตามกระบวนการ”
๐ดูเนื้องานแล้วไม่หนักใจ?
“ไม่หนักใจ ผมเป็นคนชนบท เคยเป็นเด็กด้อยโอกาสมาก่อน พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก แม่ต้องรับหน้าที่ดูแลลูกถึง 7 คน ผมเองเป็นคนที่ 5 บ้านไม่มีไฟฟ้า ได้อาศัยเรียนในโรงเรียนวัดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มีครูคนเดียว สอน 4 ชั้น พอวันหนึ่งที่เราโตขึ้นจึงเข้าใจและมีความตั้งใจจะทำให้คนที่ด้อยโอกาสเหมือนเราตอนเด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่า
การได้มาอยู่จุดนี้ ถือว่า เกินฝัน บอกตรงๆ ตอนเรียนมัธยมยังไม่รู้เลยว่า จบแล้วจะไปเรียนต่อในสาขาอะไร สมัครเรียนตามรุ่นพี่ ที่สอบเข้าคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มช.)จบออกมาได้เป็นครู ฝันแค่นี้ เมื่อมาถึงจุดนี้จึงอยากทำให้โรงเรียนดีมีคุณภาพได้อยู่ใกล้บ้านทุกคน”
๐เครียดไหมมาเป็นเลขาธิการกพฐ.ในช่วงที่มีม็อบนักเรียน?
“ผมมองบวก วันนี้เด็กกล้าแสดงออกถึงความต้องการหรือความคิดเห็นในทุกเรื่องที่ไม่สบายใจ และพูดถึงอนาคตที่เด็กอยากให้เป็น เราเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในศธ. ควรต้องเก็บและฟังความคิดของเด็กมาดูระบบการทำงาน ถ้าสิ่งใดเด็กพูดถูกสพฐ.ก็ต้องปรับ หรือบางอย่างที่เป็นความเห็นต่างก็ต้องหันหน้ามาคุยกันให้เกิดความเข้าใจ”

