กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ เปิดค่าย ปรับพฤติกรรม ‘เด็กติดเกม’
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ เปิดค่าย ปรับพฤติกรรม ‘เด็กติดเกม’ ปรับพฤติกรรมสร้างการตระหนักรู้การเล่นเกม“หมอจิตเวชเด็กและวัยรุ่น” เผย “โรคติดเกม” ทำลายสมองไม่ต่างติดยาเสพติด
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แถลงข่าวโครงการ ค่ายเด็กติดเกม “ไซเบอร์ อเวนเจอร์ แคมป์” (Cyber Avengers Camp) ว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ ร่วมกับสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม คิวบิกครีเอทีฟ รับสมัครเยาวชนอายุ 9-14 ปี จำนวน 200 คนที่ผ่านการคัดเลือก เข้าค่ายติดอาวุธป้องกันปัญหาติดเกม ระหว่างวันที่ 3-8 พฤษภาคม 2564 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) ทั้งนี้วธ.กำหนดทิศทางการทำงานเตรียมสังคมไทยให้พร้อมรับมือปัญหาการใช้สื่ออย่างไม่เหมาะสม และมีบทบาทการทำงานร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยเห็นถึงความสำคัญของการทำงานของกองทุนฯ เรื่องเด็กและเยาวชนกับการเล่นเกม ซึ่งหากมากเกินความพอดี และเล่นเกมที่มีเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศในทางที่ไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย

นางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย ประธานคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ กล่าวว่า ในปี 2563 คณะอนุกรรมการฯ มีการดำเนินงานภายใต้ภารกิจรวมทั้งสิ้น 7 กิจกรรม โครงการ ค่ายเด็กติดเกม “ไซเบอร์ อเวนเจอร์ แคมป์” (Cyber Avengers Camp) เป็น 1 ในกิจกรรมภายใต้ภารกิจดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นโดยคณะอนุกรรมการที่มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์การใช้สื่อของเด็ก เยาวชน พ่อแม่ และผู้ปกครอง ที่อาจรู้ไม่เท่าทันสื่อจนนำไปสู่ปัญหาการใช้สื่ออย่างไม่เหมาะสมโดยเฉพาะปัญหาการติดเกม ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนควรเล่นเกมโดยมีภูมิคุ้มกัน มีการตระหนักรู้ และมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ

นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล อาจารย์สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่นประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ กล่าวว่า ในปี 2561 องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization: WHO ได้ประกาศให้การติดเกมเป็นโรคทางจิตเวช เพราะเมื่อสแกนสมองผู้ที่ติดสารเสพติดเปรียบเทียบกับผู้ป่วยติดเกม มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์สมองและมีจุดที่สมองทำงานบกพร่องเหมือนกัน แม้จะไม่มีการใช้สารเสพติดก็ตาม ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงโรคติดเกมของประเทศไทยนั้น พบว่า เด็กและวัยรุ่นไทยร้อยละ 15-20 มีปัญหาการเล่นเกมในจำนวนนี้ ร้อยละ 5 อยู่ในภาวะติดเกมอย่างหนัก ซึ่งมีอัตราที่สูงกว่าประเทศทางยุโรป ที่มีเด็กติดเกมอยู่เพียง ร้อยละ 1 ส่วนสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ ร้อยละ 2 โดยจำนวนเด็กติดเกมของไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ซึ่งการดูแลและปกป้องเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ให้เป็นโรคติดเกมมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสมองของมนุษย์จะพัฒนาในอัตราเร่งช่วงอายุ 1-6 ปี และพัฒนาต่อไปถึง 18 ปี หากเด็กในช่วงวัยดังกล่าวติดเกมจะกระทบต่อพัฒนาการด้านภาษา ด้านกล้ามเนื้อ การคิดวิเคราะห์ การควบคุมตนเอง หรือความฉลาดทางอารมณ์ หรืออีคิวที่จะลดน้อยลง สิ่งที่น่าห่วง พบว่าอายุของเด็กที่เริ่มติดเกมในประเทศไทยลดน้อยลงเรื่อย ๆ จากปี 2543 เริ่มที่ระดับอุดมศึกษาปีที่ 1-2 ปัจจุบันพบเด็กติดเกมตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ค่ายเด็กติดเกมต้องการปรับพฤติกรรมการเล่นเกมที่พอดีและเหมาะสม ส่งเสริมทักษะชีวิตในด้านต่าง ๆ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันการติดเกมให้กับเด็กและวัยรุ่น สนใจสมัครได้ที่ www.ku.ac.th/cyberavengers ตั้งแต่บัดนี้–31 มกราคม 2564

