‘นวัตกรจิ๋ว’ ตะลุย เวิร์กช็อป ‘คิด(ส์)กระหึ่มฟาร์ม’

12.12.20 | 12:56 น.
‘นวัตกรจิ๋ว’ ตะลุย เวิร์กช็อป ‘คิด(ส์)กระหึ่มฟาร์ม’

กว่า 16,732 ผลงานสิ่งประดิษฐ์ไอเดียสร้างสรรค์จากน้องๆ ระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันใน โครงการฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2020 โครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนความฝันและจินตนาการของน้องๆ เยาวชน ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคี่ยวจนเหลือผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จำนวน 15 คนสุดท้าย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปSuper Idea‚Super Camp : คิด(ส์) กระหึ่มฟาร์มไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ละคนต้องฝ่าด่านประลองฝีมือ ในการเตรียมความพร้อมเสริมสร้างทักษะและปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ ณ RES Q FARM ฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก่อนที่น้องๆ ทั้ง 15 คน จะเข้าสู่การแข่งขันในรอบสุดท้าย ในการนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการ ณ ศูนย์ฝึกอบรม ในวันที่ 19 ธันวาคม 2563 เพื่อชิงโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยทุนการศึกษา และโอกาสในการเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2564

สำหรับกิจกรรมเวิร์กช็อป Super Idea‚Super Camp : คิด(ส์) กระหึ่มฟาร์มจัดขึ้น โดยเริ่มกิจกรรม ณ ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) โดยน้องๆ ทั้ง 15 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ และเกมละลายพฤติกรรม ทำให้น้องๆ ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ และยังเป็นการช่วยกระตุ้นความกล้าแสดงออก ก่อนที่จะออกเดินทางไปยัง RES Q FARM ฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่บริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนภายในจนทำให้มีค่าไฟศูนย์บาท โดยน้องๆ ได้เรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่ทำให้สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เคลื่อนไหว จากนั้นสนุกสนานกันต่อกับกิจกรรม Walk rally เพื่อค้นหาชิ้นส่วนของสิ่งประดิษฐ์ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละสถานที่ ทั้งโรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โรงเพาะเห็ด แผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะพักทานอาหารกลางวันที่ห่อด้วยใบไม้ ซึ่งเป็นการช่วยลดขยะและปลุกจิตสำนึกการรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับน้องๆ อีกด้วย

Advertisement

หลังจากอิ่มท้องเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาเพลิดเพลินกับกิจกรรม การเคลื่อนไหวและกลไกสุดอัศจรรย์จากทีม Mad Science โดยน้องๆ ได้ทดลองประดิษฐ์โซลาร์ทอย ซึ่งเป็นของเล่นจากแผงสุริยะ เพื่อเรียนรู้การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า จากนั้นจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์กันต่อกับกิจกรรม ศิลปะและการประดิษฐ์ โดย ครูอ่ำ-อนุรักษ์ สุขนันทศักดิ์ จากรายการ Art Club ที่มาสอนพื้นฐานการใช้สี การผสมสี รวมถึงการเลือกสีให้เหมาะกับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ลองปฏิบัติจริงกับกิจกรรม ต้นไม้สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ อาทิ กล่องลังและของเล่นเก่ามาสร้างสรรค์เป็นต้นไม้

กิจกรรมทั้งหมด ถูกจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นต่อมจินตนาการของน้องๆ ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์…

โบ้ หรือนายวีระ สรแสดง วิทยากรจาก Res-Q Farm เล่าถึงที่มาว่า ฟาร์มแห่งนี้เกิดจากพื้นที่ ที่ไม่มีแหล่งน้ำและอยู่ต่ำกว่าถนน เราได้นำฟันเฟืองท้ายรถไถนามาเป็นกังหันน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและปั๊มน้ำ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นการสร้างจินตนาการบนพื้นฐานของสิ่งที่คนอื่นคิดว่าไม่สามารถเป็นจริงได้ ซึ่งเชื่อว่าน้องๆ จะสามารถนำไปต่อยอดความฝันและจินตนาการให้เป็นจริงขึ้นมาได้ โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กไทยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และภูมิปัญญามาผนึกรวมกัน อยากให้จัดต่อไปเรื่อยๆ และอยากขอบคุณแทนคนไทยทั้งประเทศด้วย

ทางด้าน น้องเวนดี้ ด.ญ.ซิโม่ หยาง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนานาชาติวารีเชียงใหม่ เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ได้มาร่วมกิจกรรมที่ฟาร์มนี้รู้สึกสนุกมากๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้คือ การใช้พลังงานหมุนเวียนจากลม น้ำ และแสงอาทิตย์ โดยกังหันลมอันใหญ่ได้รับพลังงานจากน้ำ พืชต่างๆ ก็ปลูกและเติบโตจากน้ำ หนูคิดว่าจะสามารถนำเอาแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับงานสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองได้ ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้


น้องโฟร์ไนน์ ด.ช.จิรัฎฐ์ ไทยทวีไพศาล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย บอกคล้ายกันว่า ปกติชาวสวนจะปลูกพืชด้วยดิน แต่ฟาร์มแห่งนี้ สามารถปลูกพืชด้วยน้ำหรือในโดมใต้น้ำ นอกจากนี้ ยังใช้แสงแดด 50% กับ 100% โดยที่จะใช้เป็นผ้าสีดำ วางสลับกัน รวมทั้งใช้แสงแดดทำให้กังหันหมุนได้ในตอนกลางวันและใช้ลมหมุนในตอนกลางคืนได้ด้วย ซึ่งคิดว่าจะสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ในวันนี้ไปปรับปรุง แก้ไขสิ่งประดิษฐ์ของผม นั่นคือ ลำแสงตัดสิ่งของขนาดพกพา เช่น การใช้แผงโซลาร์เซลล์เพิ่มลงไป เพื่อทำให้ประหยัดไฟฟ้ามากขึ้น ตั้งใจว่าในรอบชิงชนะเลิศจะตั้งใจสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ น้องๆ ผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 15 คน จะได้รับทุนสนับสนุนในการสร้างสรรค์แบบจำลองผลงานสิ่งประดิษฐ์ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการและสาธารณชนในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อชิงรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล รวมทั้งหมด 6 รางวัล

นอกจากนี้ โครงการยังจัดให้มีรางวัลครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 2 รางวัล สำหรับครูที่ปรึกษาและมีส่วนร่วมในการกระตุ้น ผลักดัน และสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชน โดยทั้งหมดจะได้รับโอกาสการร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชน ชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2564 ต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อาจมีการเปลี่ยนแปลงรางวัลทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นทุนการศึกษาในภายหลัง

โครงการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2548 มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ รักความท้าทาย กล้าที่จะทำความฝันให้เป็นจริง โดยเปิดรับไอเดียสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคตที่สนุก สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ต่อสังคมของเยาวชนระดับประถมศึกษาจากทั่วประเทศ ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลทัศนศึกษาประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16

ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสร้างสรรค์จากผู้ใหญ่ใจดีให้เด็กๆ ได้ฝึกสมองประลองปัญญาอย่างต่อเนื่อง