‘ณัฏฐพล’ ถกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ เล็งผลักดันให้ น.ร.เล่นกีฬา วันละ 5 ชม. 

15.12.20 | 15:26 น.

‘ณัฏฐพล’ ถกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ เล็งผลักดันให้ น.ร.เล่นกีฬา วันละ 5 ชม.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานร่วมกัน เนื่องจากแผนงานการพัฒนาประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นแผนงานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ ศธ. เพราะศธ.เป็นหน่วยงานในการพัฒนาคน โดยตนได้อธิบายและเสนอแผนงานในการพัฒนาการศึกษาของ ศธ.ไป เช่น การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในจังหวัดต่างๆ การพัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง เป็นต้น จากการหารือเรื่องการพัฒนาคนด้านกีฬา ที่ประชุมเห็นว่ากีฬาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องผลักดันให้เกิดมากขึ้นในชีวิตประจำวันของนักเรียน ซึ่งขณะนี้ ศธ.​มีแนวคิดที่จะผลักดันเรื่องกีฬาในชีวิตประจำวันของนักเรียน โดยให้นักเรียนเล่นกีฬาเพื่ออกกำลังกาย ประมาณ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสัมผัสกีฬาที่หลากหลาย และค้นหาความถนัดของตนเอง เช่น การจัดกีฬาสีในโรงเรียน หรือจัดแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ ส่วนจะผลักดันได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนของแต่ละโรงเรียน หรือการพัฒนาครูให้มีทักษะด้านกีฬามากขึ้น ซึ่งต่อไป ศธ.จะสรุปข้อมูลจำนวนครูที่สนใจเข้าร่วมฝึกกีฬาชนิดต่างๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะครูให้ครูสามารถฝึกสอนนักเรียนได้ ทั้งนี้ตนหวังว่าถ้า ศธ.ลดภาระครูลง เชื่อว่าครูจะมีเวลาในการเรียนการสอนและมีเวลาร่วมกิจกรรมอื่นๆมากขึ้น

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ที่ประชุมเสนอว่าอาจจะต้องมีการปรับการเรียนการสอนด้านวัฒนธรรม การเผยแพร่วัฒนธรรมระหว่างจังหวัด ผ่านการทัศนศึกษา หรือรับข้อมูลกระกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน หรือจะร่วมมือการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม​ในโรงเรียนหรือห้องสมุด เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม​ของชาติและของท้องถิ่นด้วยตนเอง เชื่อว่า ศธ.​และวธ.สามารถแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ร่วมกัน รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้เด็กเห็นความสำคัญในการรักษาวัฒนธรรม​ของของตน

“ในส่วนของการร่วมมือพัฒนาทรัพยากร​มนุษย์​​นั้น ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัล, การพัฒนาครูต้นแบบด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี, การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบทักษะศตวรรษที่ 21 ตลอดจนการจัดทำข้อมูลสารสนเทศกำลังคนที่มีความสามารถพิเศษของประเทศ​ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ศธ.ได้วางแผนพัฒนาอยู่แล้ว เพียวแต่ว่าจะสามารถพัฒนาได้มากแค่ไหน ต้องวางแนวทางพัฒนาอีกครั้ง ส่วนความร่วมมือพัฒนาแรงงาน คือถ้า ศธ.สามารถพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพมากขึ้น จะมีห้องปฏิบัติการต่างๆ ในระดับชั้นประถมศึกษาเพื่อเสริมทักษะด้านอาชีพ และทักษะชีวิตให้กับนักเรียน ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถตัดสินใจอนาคตตัวเองได้ว่าต้องไปเรียนต่อสายอาชีพ หรือสายสามัญ ทั้งหมดนี้กลับมาที่ ศธ.ที่ต้องผลักดันให้แต่ละโรงเรีนนมีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 2,000 คน เพื่อสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีคุณภาพ ศธ.ได้แลกเปลี่ยนแผนการทำงานกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ ซึ่งผมคิดว่ามีแนวทางปฏิบัติที่คล้ายกัน แต่ศธ.จะต้องพัฒนาเรื่องเหล่านี้อย่างเข้มข้น เพราะเรากังวลว่าถ้าทำงานช้าจะไม่ทันต่อสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป” นายณัฏฐพล กล่าว