เล็งชง ‘ณัฏฐพล’ ตั้งคณะทำงาน ‘ศธจ.-สพท.’ ระดับจังหวัด หวังทำแผนพัฒนาการศึกษาร่วมกัน
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) จัดการประชุมมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานให้กับศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้บริหารระดับสำนัก จำนวน 200 คน ซึ่งตนเน้นย้ำและทำความเข้าใจในการทำงานที่ตอบโจทย์นโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้ชุมชน การเพิ่มการลงทุนเพื่อยกระดับโรงเรียนสำหรับโรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองหรือสแตนอโลนอย่างมีคุณภาพ และการพัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง นอกจากนี้ ตนได้หารือกับที่ประชุมเรื่องการแผนพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด เพื่อให้พัฒนาโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาทางกระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมจำนวนการเกิดของประชากรแต่ละจังหวัดอยู่แล้ว ตนมองว่าเราสามารถนำข้อมูลนี้มาวางแผนการพัฒนาการศึกษาในแต่ละจังหวัดได้ และสามารถคาดการณ์ขนาดของโรงเรียนในจังหวัดของตนในอนาคตได้ว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีขนาดเล็กลง และควรจะวางแผนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่อย่างไร
นายสุภัทรกล่าวต่อว่า แต่การทำแผนพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด ในแต่ละจังหวัด ศธจ.ไม่สามารถทำเพียงผู้เดียวได้ ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพราะ ศธจ.คือหน่วยงานที่วางแผนการจัดการศึกษา แต่ สพท.คือหน่วยงานบริหารสถานศึกษา ดังนั้น การวางแผนที่ดีที่สุดคือทุกคนต้องมีส่วนร่วมและช่วยกันทำ แต่ในบางจังหวัด ศธจ.และ สพท.สามารถทำงานด้วยกันได้ แต่บางจังหวัดก็พบปัญหาไม่สามารถทำงานด้วยกันได้ ซึ่งตนจะเตรียมโครงสร้างการทำงานระหว่าง ศธจ.กับ สพท.ให้กระชับ โดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาในแต่ละจังหวัดขึ้นมา ซึ่งจะมีตัวแทนของ ศธจ. สพท. และภาคเอกชน เข้ามาช่วยให้ความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาการศึกษาระดับจังหวัด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะทำงานสนับสนุนคณะอนุกรรมการพัฒนาการศึกษา ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ด้วย และเมื่อได้แผนพัฒนการศึกษาระดับจังหวัดแล้ว ให้เสนอมายัง ศธ.พิจารณาสนับสนุนงบประมาณต่อไป
“ผมจะเสนอเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานในแต่ละจังหวัดต่อไป อย่างไรก็ตาม การเข้าไปพัฒนาโรงเรียน เราจะไม่คุยเรื่องการควบรวมโรงเรียนแล้ว แต่จะทำความเข้าใจว่า ศธ.จะพัฒนาโรงเรียนหนึ่งให้มีศักยภาพและหวังว่านักเรียนจะสนใจเข้ามาเรียน ทาง ศธ.พร้อมสนับสนุนการเดินทางให้ แต่ถ้านักเรียนอยากจะเรียนโรงเรียนเดิมไม่เป็นไร เราไม่ห้าม ถ้าสามารถพัฒนาโรงเรียนและดึงเด็กเข้ามาเรียนได้ ผลกระทบที่ตามมาคือโรงเรียนขนาดเล็กอาจจะถูกยุบไป แต่ ศธ.ได้วางแผนไว้แล้วว่าจะนำอาคารเรียนของโรงเรียนเหล่านี้ไปสร้างประโยชน์อย่างอื่น เช่น ที่พักครู ที่พักผู้สูงอายุ เป็นต้น ดังนั้น แนวทางการพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ ศธจ.ทุกจังหวัด ต้องดำเนินการอย่างน้อยต้องได้ 1 จังหวัด 1 โมเดล ภายในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2564” นายสุภัทรกล่าว

