ร.ร.สังกัดศธ. ปิดเรียนแล้ว กว่า 1 หมื่นโรง สพฐ.ย้ำร.ร.เข้มมาตรการกันโควิด
เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เรื่องให้มีสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับศธ.ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษลงวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา โดยให้สถานศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบที่อยู่ในสังกัดและในกำกับศธ. ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.กำหนดใน 28 จังหวัด ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษตั้งแต่วันที่ 4-31 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลงนั้น ทางสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานปลัดศธ.ได้สรุปจำนวนสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษา ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ทั้ง 28 จังหวัด ดังนั้น สถานศึกษา 10,323 แห่ง นักเรียน นักศึกษา 3,661,805 คน และครู 206,217 คน
นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใย กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ย้ำให้โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงสูง 28 จังหวัด ปฎิบัติตามประกาศของ ศบค. และประกาศของจังหวัดแต่ละแห่งอย่างเคร่งครัด โดยตอนนี้พบว่า มีโรงเรียนที่ปิดเรียนไปแล้ว 44 จังหวัด กว่า 3 พันโรงเรียน การระบาดในรอบนี้สพฐ. จะไม่ให้เด็กมาโรงเรียนแต่การจัดการเรียนการสอนต้องดำเนินต่อไป โดยสอนออนไลน์ กรณีที่นักเรียนและครูมีความพร้อม ถ้าไม่มีความพร้อมให้ออนแอร์ ผ่าน การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือDLTV ถ้าเรียนทางไกลไม่พร้อม ให้ใช้วิธี ออนดีมานด์ อัดคลิปการสอนผ่านยูทูป หรือช่องทางอื่น ๆ และหากไม่มีช่องทางจริง ๆ ให้ใช้ ออนแฮนด์ ทำเปเปอร์ ให้การบ้านนักเรียนกลับไปทำ เสมือนว่านักเรียนได้เรียนปกติ การนับเวลาเรียนก็ไม่มีปัญหา
นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องอื่น ๆ อย่างเช่นนมโรงเรียน ทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะนำนมไปส่งตามบ้าน อาหารกลางวันให้ผู้ปกครองรับผิดชอบจัดหาอาหารกลางวันให้นักเรียน โดยทางโรงเรียนจะจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันให้ผู้ปกครอง 20 บาทต่อหัว

