เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทปอ.ได้หารือร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยได้สื่อสารกับนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอปัญหาต่างๆ รวมถึงรับทราบนโยบายจากนายกฯ โดยตรง นายกฯ ได้ขอให้มหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักในการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในรูปแบบประชารัฐ ซึ่งทปอ.ก็ยินดี แต่ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ด้วย อาทิ งบการวิจัย ซึ่งขอให้เป็นงบผูกพัน เพราะงานวิจัยแต่ละเรื่องไม่สามารถเสร็จภายใน 1 ปี การแก้ไขระเบียบพัสดุเพื่อปลดล็อคอุปสรรคต่าง ๆ ในการทำวิจัย ไม่ว่าจะเป็น การใช้เครื่องมือกับภาคเอกชน หรือ การนำเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนมาใช้จ่ายในงานวิจัยให้คล่องตัวขึ้น การเปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย ในมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับภาคเอกชน โดยให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการ อีกทั้งขอให้รวมแหล่งทุนวิจัยที่มีอยู่ในประเทศให้มีเอกภาพ โดยมีคณะกรรมการกลางพิจารณาจัดสรรงบวิจัย โดยต้องเป็นการวิจัยที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังได้ขอให้แก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้อาจารย์และมหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในผลงานหรือนวัตกรรมที่คิดค้น เนื่องจากที่ผ่านมาการจดลิขสิทธิ์นั้น ภาคเอกชนที่เป็นแหล่งทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งปัญหาต่างๆ นั้น นายกฯ รับปากที่จะแก้ไขตามที่ ทปอ.เสนอ
ประธาน ทปอ. กล่าวต่อว่า จากนี้จะนำผลการหารือแจ้งให้ที่ประชุม ทปอ.รับทราบในวันที่ 21 สิงหาคม เพราะถือเป็นเรื่องด่วน โดยนายกฯ ต้องการให้การทำวิจัยเพื่อตอบสนองคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งทปอ.ได้เสนอให้รัฐบาลจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย 3 กลุ่มใหญ่คือ มหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง และมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ซึ่งที่ประชุมได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดำเนินการ ที่ผ่านมาก็เคยมีการแบ่งกลุ่มแต่ยังไม่ชัดเจน เช่น มหาวิทยาลัยวิจัย 9 แห่ง ดังนั้น ทปอ.จะเข้าไปร่วมมือกับ สกอ. รวมถึงจะประสานการทำงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยวิจัยที่มีอยู่ 9 แห่ง ก็จะเป็นเจ้าภาพด้านต่างๆที่จะสร้างเครือข่ายต่อไป

