รื้อคดีจ่ายเช็คเด้ง’องค์การค้าฯ’ หลัง6ปีคดีไม่คืบทำสูญ 200 ล้าน ‘ธนพร’ลั่นผิดชัดเจน-ไม่ละเว้นใคร
นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สกสค. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกรณีทุจริตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภายในสกสค.และองค์การค้า ของสกสค. ซึ่งล่าสุด ได้ตรวจสอบ กรณี เอกชนรายหนึ่งจ่ายเช็คเงินสดที่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ จำนวน 200 ล้านบาท ในการชำระค่าหนังสือเรียน ให้กับองค์การค้า ในช่วงปี 2558 -2559 ต่อองค์การค้าฯ มาได้มีการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย โดยขณะนี้คดีความกำลังจะหมดอายุความ ดังนั้นจึงต้องต้องเร่งดำเนินการสะสางเป็นเรื่องแรก โดยจะเร่งตรวจสอบว่า การดำเนินการดังกล่าว มีความบกพร่องและมีการทุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ตามผ่านมา ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการต่อ ตนจึงให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่า สามารถตั้งกรรมการสอบวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องได้เลยหรือไม่ หากได้ก็จะเร่งดำเนินการและอาจจะมีการดำเนินคดีความเอาผิดทางละเมิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนผู้ที่จะมาเป็นประธานตรวจสอบเรื่องนี้ จะต้องเป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในเรื่องความยุติธรรม
“เรื่องนี้มีการสอบข้อเท็จจริงมาแล้ว ที่สำคัญความผิดชัดเจนเพราะ เงินไม่ได้เข้ามาที่องค์การค้าฯ ทั้งนี้หากไม่สามารถสอบวินัยได้ทันที และต้องมีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอีกรอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะละเว้นใครไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้บริหารสกสค. หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมนี้ เรื่องนี้ผ่านมา 6 ปีแล้ว ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปอีก ส่วนที่ผ่านมาจะมีการเกี๊ยะเซียะกันหรือไม่นั้น ผมไม่อยากไปปรักปรำใคร ผู้บริหารในอดีตอาจจะมีเหตุผล อาทิ หาเอกสาร ไม่ได้จึงไม่มีความคืบหน้า ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีการเกี๊ยะเซียะกับใครทั้งนั้น และจะไม่มีทางมวยล้มแน่นอน ทุกอย่าง ต้องดำเนินการตรงไปตรงมา ” นายธนพร กล่าว
นายธนพร กล่าวต่อว่า สาเหตุที่อาจจะดำเนินคดีความผิดทางละเมิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย เพราะสิ่งที่ปรากฏชัดเจน คือ ตำราเรียนได้ถูกนำออกไปให้กับเอกชนก่อนแล้ว แต่เช็คไม่ถูกขึ้นเงิน และมีการออกใบเสร็จ ที่สำคัญเช็คใบดังกล่าว ขึ้นเงินไม่ได้ รวมทั้งยังติดตามทวงหนี้ไม่ได้ ทำให้องค์การค้าฯ เกิดความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท เป็นเรื่องหนึ่งที่สกสค. จะทำให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ตนตั้งใจว่า ในช่วงต้นปี 2564 จะเร่งสะสางทั้งเรื่องทุจริตและเรื่องที่คาราคาซัง รวมถึงจัดระเบียบระบบพัสดุ สารบรรณ ให้ได้มาตรฐาน เหมือนทางราชการ แม้สกสคจะไม่ใช่ราชการเต็มตัว แต่ก็ต้องทำให้ได้มาตรฐาน โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความทันสมัย ถูกต้อง สืบค้นได้ง่ายไม่มีปัญหาเอกสารหาย
เลขาธิการสกสค. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สกสค.ยังเตรียมเปิดประมูลรถรอบ 2 โดยจากการเปิดประมูลรอบแรกที่ผ่านมามีผู้สนใจค่อนข้างน้อย อาจเพราะ สกสค.ใช้ราคาตามมาตรฐานการประมูล ซึ่งอาจเป็นราคาที่ผู้ประกอบการไม่สนใจ เพราะทำกำไรได้ไม่มาก ดังนั้นอาจมีการลดราคาตามมาตรฐานการประมูลลง ตั้งเป้าจะประมูลให้หมดโดยเร็ว

