ครูสอนภาษาอังกฤษไม่พอ..จริงหรือ?
กระแสความต้องการครูต่างชาติของโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแบบ English Program (EP) หรือ International Program (IP) หรือ Intensive English Program (IEP) ในปัจจุบันมีสูงขึ้นมาก หรือแม้กระทั่งในโรงเรียนที่จัดการสอนแบบปกติทั่วไป ก็ยังต้องการครูต่างชาติเพื่อสอนวิชาภาษาอังกฤษ ให้เทียบเท่าระดับนานาชาติ ยกระดับความสามารถทางภาษา (Language proficiency) และถือเป็นภารกิจที่สำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา (สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2562) เพราะครูต่างชาติจะสามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างมาก เด็กๆ จะกระตือรือร้นที่จะพูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับครูต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการสร้างสีสันให้กับโรงเรียน
จากข่าวของโรงเรียนแห่งหนึ่งครูชาวต่างชาติได้ลงโทษ และทำร้ายนักเรียน หลังจากตรวจสอบแล้วก็พบว่า ครูชาวต่างชาติคนนี้เป็นนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ครู และไม่มีเอกสารทางราชการที่ถูกต้อง แต่ที่โรงเรียนต้องรับนักท่องเที่ยวคนนี้เข้ามาเป็นครู เพราะโรงเรียนหาครูไม่ได้ ปัญหาที่เราพบในวันนี้ ทำให้เราต้องกลับมาทบทวน ความต้องการครูต่างชาติ อีกครั้ง
การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หรือภาษาที่ 2 จะเกิดขึ้นได้ ได้ผลดี และเร็วที่สุดนั้น ครูต้องจัดให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับภาษาที่เรียนอย่างสม่ำเสมอ และมากที่สุด ในการเรียนรู้ภาษาใหม่ ผู้เรียนจะเริ่มต้นจากการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โรงเรียนจึงต้องจัดกิจกรรม และบรรยากาศที่สร้างให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับภาษาตามขั้นตอนการเรียนรู้ของภาษา วิธีการเรียนรู้จากครูเจ้าของภาษา หรือครูที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน จึงเป็นทางเลือกอันดับแรกของโรงเรียนที่จัดการสอนแบบ EP, IEP, IP หรือโรงเรียนที่เน้นการสอนภาษาอังกฤษ การรับครูต่างชาติจึงมีแผนการรับมากขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (www.thaimescenter.com)
จากปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านสื่อสารมวลชน ทำให้เราต้องช่วยกันคิดทบทวนว่า ครูที่ได้มามีคุณภาพหรือไม่ และเหมาะกับเด็กๆ ของเราหรือไม่
คำตอบสำหรับคำถามแรกนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก ครูที่ได้มามีคุณภาพในการสอนภาษาอังกฤษมากน้อยเพียงใด? บริษัทที่นำเข้าครูต่างชาติแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ครูที่เป็นเจ้าของภาษา เช่น ครูชาวอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ไม่สนใจที่จะเข้ามาสอนในประเทศไทย เนื่องจากค่าตอบแทนต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี หากได้ครูเจ้าของภาษาในกลุ่มนี้มาสอนในประเทศไทย ก็มักจะมาสอนได้ไม่นาน เพราะมาเพื่อการท่องเที่ยว หรือมาเพื่อใช้เป็นบันไดก้าวไปสู่ความเป็นครู ครูกลุ่มแรกนี้จึงหายาก
เมื่อครูกลุ่มแรกหายาก โรงเรียน หรือบริษัทจึงต้องหาครูจากชาวต่างชาติกลุ่มที่สอง ครูกลุ่มนี้เป็นครูที่มาจากประเทศที่ใช้ หรือมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าครูไทย เช่น ครูชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย แอฟริกา หรือจากยุโรปบางประเทศ จึงนำมาสู่คำถาม ประเด็นที่ 2 ครูที่ได้มาจากกลุ่มนี้ ประเทศของเขามีมาตรฐาน และคุณภาพการจัดการศึกษาดีกว่าประเทศไทยของเราหรือไม่?
ที่น่าเป็นกังวลที่สุดคือ ครูกลุ่มที่สาม ขอเพียงแค่เป็นชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษได้ ครูกลุ่มนี้น่าจะมีคุณภาพน้อยที่สุด เพราะไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องวิธีสอน จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่เคยได้ทำงานสัมผัสกับเด็กนักเรียนมาก่อน และที่สำคัญไม่ได้รับการบ่มเพาะให้มีความเป็นครู เข้ามาทำงานในประเทศไทย เพราะรู้กระแสความต้องการของการศึกษาไทย ได้รับการยอมรับจากโรงเรียนในประเทศไทย และมีรายได้ดีกว่าการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศของตัวเอง เมื่อพิจารณามาถึงตรงนี้ เราทุกคนคงจะมองเห็นปัญหานี้ชัดเจนขึ้นแล้ว
กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นองค์กรหลักในการกำกับดูแลการจัดการศึกษาของประเทศ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอความร่วมมือไปยังสถานทูตต่างๆ เพื่อค้นหาครูสอนภาษาอังกฤษ โดยการจัดประชุม อภิปราย พูดคุย และขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็มีตัวแทนจากสถานทูตต่างๆ เข้ามาร่วมมากกว่า 20 แห่ง แต่ก็ช่วยได้แค่ระดับสร้างความเข้าใจ และตระหนัก หลายๆ โครงการ จึงเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ยั่งยืนถาวร เพราะเป็นเพียงการจ้างบุคคลที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว มาพูดให้นักเรียนได้ฟังเท่านั้น ปัญหาการขาดแคลนครูภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพ จึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนต่างๆ ที่มีโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนแล้วเก็บค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้น จึงยังคงต้องจ้างครูจากกลุ่มที่สอง คือ ครูชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศในทวีปแอฟริกาเข้ามาสอน คำถามสำคัญ คือครูต่างชาติกลุ่มที่สองเหล่านี้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทย? มีความเป็นครูหรือไม่? เข้าใจวัฒนธรรม และการเรียนรู้ของเด็กไทยหรือเปล่า?
หากเราไม่สามารถหาครูที่เป็นเจ้าของภาษาที่แท้จริงมาสอนได้แล้ว เราสามารถพัฒนาคนไทยที่มีความสามารถ และทักษะทางภาษาอังกฤษมาเป็นครูได้หรือไม่ เราสามารถพัฒนาให้เป็นครูที่มีความสามารถเทียบเท่า หรือใกล้เคียงกับครูกลุ่มที่ 1 ได้หรือเปล่า
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยมีคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษจำนวนมาก บางส่วนมีโอกาสได้ไปเรียนต่อในประเทศที่เป็นเจ้าของภาษา ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าของภาษาเลย แล้วคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษเหล่านี้อยู่ที่ไหน ที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้ มักจะเลือกอาชีพที่มีค่าตอบแทนสูง และเป็นอาชีพที่ต้องใช้ภาษาในการสื่อสาร เช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์ สจ๊วต) พนักงานโรงแรม ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดีมาก ที่สำคัญคือภาษาที่เขาใช้เป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง ภาษาในโลกของงาน และการประกอบอาชีพอย่างแท้จริง รวมถึง เป็นคนที่มีจิตบริการเป็นเลิศ แล้วเราจะพัฒนาให้คนที่สนใจอยากจะเป็นครูในกลุ่มนี้ มาเป็นครูภาษาอังกฤษได้หรือไม่
จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบ สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 5.16% แตะ 3.67 แสนคน ยอดคนตกงานเพราะปิดกิจการพุ่งถึง 965% และระดับการศึกษาของผู้ว่างงานพบว่า อันดับหนึ่ง คือ ผู้ที่จบอุดมศึกษา หรือระดับปริญญาตรี (Isranews, 2563)
นักศึกษาท่านหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสสอน ได้นิเทศการสอน ได้สัมผัสความเป็นครูของเขา เป็นคนไทยที่โรงเรียนจ้างสอนในตำแหน่งครูชาวต่างชาติ โดยได้รับเงินเดือนเทียบเท่ากับครูชาวต่างชาติ สอนคู่กับครูคนไทยในห้องเดียวกัน โดยใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในห้องเรียนตลอดเวลา มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดี น่าสนใจ มีความเป็นครูสูง โดยที่นักเรียนในห้องเรียนก็ไม่รู้เลยว่าครูท่านนี้เป็นคนไทย เด็กๆ เข้าใจกันว่าเป็นครูชาวต่างชาติมาโดยตลอด เพราะครูพูดภาษาอังกฤษได้ดี สำเนียงดีกว่าครูต่างชาติหลายคนที่โรงเรียนจ้างมาสอน
เพราะเหตุใด? ประเทศเราไม่พัฒนา และส่งเสริมคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษให้มาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ทั้งที่คนไทยกลุ่มนี้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูชาวต่างชาติบางคนที่โรงเรียนจ้างกันอยู่ การเอาใจใส่ดูแลนักเรียน การให้ความรักความเมตตากับนักเรียน เทคนิควิธีการสอนการจัดกิจกรรม วัฒนธรรมประเพณี ค่านิยม ความอ่อนน้อม สุภาพ นุ่มนวล คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจคนไทย และส่งต่อความเป็นไทยให้ลูกหลานคนไทยด้วยกัน หรืออย่างน้อยที่สุด ครูแอร์ ครูสจ๊วต ครูพนักงานโรงแรมเหล่านี้ ก็ยังมีจิตสำนึกของความเป็นคนไทย จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ประเทศชาติ และมีส่วนช่วยพัฒนาเยาวชนของชาติ ให้เจริญเติบโตขึ้นไปอย่างมีคุณภาพ
ดังนั้น เรามาร่วมกันสร้างครูภาษาอังกฤษคนไทยที่เข้าใจหลักสูตร เข้าใจผู้เรียน มีเทคนิคการสอนที่ดีน่าสนใจ สนุกสนาน มีความเป็นครู ที่เด็กๆ เรียนด้วยแล้ว เด็กๆ จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตได้จริงแบบครู แล้วจ้างให้สอนภาษาอังกฤษในตำแหน่งครูต่างชาติที่ไม่ใช้ภาษาไทยในห้องเรียน ทดแทนครูต่างชาติที่หายาก หรือหาได้แต่ขาดคุณภาพ ขาดความเข้าใจในบริบทของความเป็นไทยอย่างแท้จริงกันดีกว่าครับ

