‘ณัฏฐพล’ เร่งวางแผนการศึกษาในกรุงเทพฯ เล็งปรับหลักสูตรตอบสนองความสามารถของน.ร.
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เพื่อตรวจความพร้อมการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ตนมองว่าในกรุงเทพฯ มีการกระจุกตัวของนักเรียนจำนวนมาก เป็นเพราะค่านิยมที่ทำให้ผู้ปกครองเทความสนใจมาที่โรงเรียนดัง ซึ่งตนมองว่า ศธ.มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างโอกาสให้โรงเรียนมัธยมในกรุงเทพฯ ที่หลายแห่งมีความพร้อมเรื่องสถานที่ แต่ที่ผ่านมาการจัดการเรียนการสอนอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้หมดโอกาสที่จะสร้างความสนใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ซึ่งต่อไป ศธ.จะพัฒนาโรงเรียนเหล่านี้ในกรุงเทพฯ เพราะตนมองว่าโรงเรียนในกรุงเทพฯ มีโอกาสที่ได้รับการสนับสนุนในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การมีครูสอนภาษาต่างประเทศ รวมถึงมีกระบวนการที่จะยกระดับความรู้ของนักเรียนในวิชาสาขาต่างๆ ดังนั้น ศธ.ต้องสร้างบรรยายกาศทางการศึกษาในกรุงเทพฯ ให้มีความน่าสนใจ และหลังจากนั้นจะเป็นโอกาสที่โรงเรียนสามารถดึงผู้สนับสนุนเข้ามาสนับสนุนการศึกษาต่อไปได้
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ต้องมาดูหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังเป็นปัญหาอยู่ จะต้องมาปรับและพัฒนาโดยคำนึงอนาคต ทักษะ ความสนใจ ความสามารถเฉพาะตัวของเด็กด้วย เพราะปัจจุบันเราเอามาตรฐานการศึกษามาครอบความสามารถของเด็กทุกคน โดยพยายามจะวัดความสามารถเด็กให้เท่าเทียมกัน ซึ่งตนมองว่าเมื่อเด็กเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ก็มีความต้องการ มีความสามารถ มีทักษะที่แตกต่างกันไป ตนมั่นใจว่าถ้า ศธ.สร้างความยืดหยุ่นทางการศึกษา จะได้คุณภาพของการศึกษามากขึ้น เพราะเด็กจะได้รับการสนับสนุนตามทักษะ ตามความสนใจ และความสามารถของเด็ก เรื่องเหล่านี้ ศธ.ต้องผลักดันปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ทันภายในปีการศึกษา 2565
“และหากผลักดันให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลได้ จะทำให้โรงเรียนมีโอกาสที่จะพัฒนาความความสามารถของตน โดยโรงเรียนจะต้องจัดทำแนวทางนำเสนอเพื่อขอ ศธ.สนับสนุน วันนี้โรงเรียนยังมีข้อกังวลอยู่ว่าทุกอย่างจะต้องอยู่ในกรอบ อยู่ในกติกาของ ศธ. เลยทำให้โอกาสที่โรงเรียนจะคิดและฝันไปในแนวทางที่อยากจะเป็นมีข้อจำกัดอยู่ ส่วนเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ก็มีเสียงสะท้อนแตกต่างกัน มีทั้งคนชอบที่ และมีคนอยากไปเรียนที่โรงเรียน ซึ่งในอนาคตการเรียนการสอนต่อไปจะเป็นในรูปแบบผสมผสานกัน เช่น เรียนในห้องเรียนและเรียนออนไลน์ เป็นต้น เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาและวิกฤติต่างๆ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นเราต้องทำความคุ้นเคยและปรับตัวให้ได้”นายณัฏฐพล กล่าว
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมของแผนการศึกษาในกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรนั้น ตนมองว่าทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ กรุงเทพมหานคร ต้องหารือถึงแผนการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน เพราะเราต้องพยายามสร้างโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้รับคุณภาพอย่างเต็มที่ เช่น ในเขตต่างๆ จะต้องไปดูว่าต้องการพัฒนาด้านการศึกษาเท่าไหน ซึ่งจะทำให้เราวางแผนการศึกษาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะเราต้องการใช้งบประมาณของรัฐอย่างมีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของประเทศ

