‘นักวิชาการ’ จวกรัฐบาลไม่จริงใจ อัดให้ ‘เศษเงิน’ อาหารกลางวันเด็ก ชงเพิ่มแบบขั้นบันได-30 บ.ต่อคน
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา อดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันนักเรียนจากเดิม 20 บาทต่อคนต่อวัน เป็น 21 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่มขึ้นเพียง 1 บาทต่อคนต่อวัน การขึ้นดังกล่าวเหมือนรัฐบาลพยายามหมกเม็ดทั้งที่เมื่อเดือนกันยายน ปี 2563 เคยมีการเสนอปรับค่าอาหารกลางวัน แบบขั้นบันได ไม่ใช่แบบเหมารวม โรงเรียนขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ได้เท่ากันหมด อีกทั้งแนวทางดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านแล้ว และทุกฝ่ายเห็นด้วย โดยแบ่งการจัดสรรงบ ดังนี้ โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน จะได้รับเงินค่าอาหารกลางวัน 36 บาทต่อคนต่อวัน โรงเรียนที่มีนักเรียน 21-40 คน จะได้รับค่าอาหารกลางวัน 31 บาทต่อคนต่อวัน โรงเรียนที่มีนักเรียน 41-60 คน จะได้รับค่าอาหาร 27 บาทต่อคนต่อวัน และโรงเรียนที่มีนักเรียน 80 คนขึ้นไปจะได้รับค่าอาหารกลางวัน 24 บาทต่อคนต่อวัน โดยหากปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันตามวิธีการดังกล่าว จะใช้งบประมาณรวม 7,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้การที่ ครม.มีมติเพิ่มค่าอาหารกลางวันเพียง 1 บาทเหมือนไม่ให้ความสำคัญต่อการศึกษา และปัญหาทุพโภชนาการของการศึกษา
“ค่าอาหารกลางวันเด็กไม่ได้ปรับมาตั้งแต่ปี 2557 นานกว่า 6 ปี แต่รัฐบาลเพิ่มค่าอาหารให้เด็กเพียงบาทเดียว และในสภาวะที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งถือว่าเป็นวิกฤตรุนแรงที่สุดช่วงหนึ่งมีคนตกงาน รัฐบาลแจกเงินให้ประชาชนในหลายโครงการ อ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อาหารกลางวันเด็ก ซึ่งเป็นปัญหารุนแรงกลับเพิ่มให้บาทเดียว เป็นเรื่องที่ไม่สมควร ผมอยากให้ ครม.ทบทวนและสนับสนุนการเพิ่มงบอาหารกลางวันแบบขั้นบันได โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่การเรียนการสอนติดขัดแบบกระท่อนกระแท่น ความรู้ที่เด็กได้รับลดลง ซึ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง อันดับแรกคือ ปัญหาเด็กติดเกม ตามมาด้วยปัญหาทุพโภชนาการ เพราะเด็กบางคนจะได้มื้อกลางวันเป็นมื้อหลัก ตามมาด้วยปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้นการที่รัฐบาลเยียวยาเด็กด้วยเศษเงินเพียงบาทเดียว เหมือนไม่คิดถึงปัญหาระยะยาว รัฐบาลจะแจกเงินหาเสียงผมไม่ว่า แต่การเจียดเงินแค่บาทเดียวให้เด็ก เป็นเรื่องที่ไม่สมควร นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ควรเป็นแกนหลักในการต่อรองเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของนักเรียน กลับไม่ทำ ถือว่าสอบตก หรือหากไม่เพิ่มแบบขั้นบันได ก็ให้เพิ่ม 25-30 บาทต่อคนต่อวันแทน ไม่ใช่แค่บาทเดียว” นายสมพงษ์กล่าว
นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่เด็กระดับประถมศึกษาเท่านั้น ยังมีเด็กระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาส ที่ไม่มีข้าวกินอีกจำนวนมาก และกว่าร้อยละ 40 ยังมีปัญหาทุพโภชนาการ น้ำหนัก ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ยิ่งในสภาวะที่โควิด-19 ระบาด อาหารกลางวันถือเป็นมื้อหลักของเด็กยากจน รัฐบาลควรเข้ามาแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ทำเหมือนปากว่าตาขยิบ บอกคนอื่นว่าเห็นความสำคัญแต่ไม่จริงใจ

