‘ศธ.’ จับมือ ‘ก.คลัง’ ส่งเสริมความรู้การออมให้น.ร.สพฐ. เล็งขยายครอบคลุมทุกสังกัด

3.03.21 | 12:47 น.

ศธ.’ จับมือ.คลังส่งเสริมความรู้การออมให้น..สพฐ. เล็งขยายครอบคลุมทุกสังกัด

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการสถานศึกษาส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช. สำหรับผู้บริหารระดับสูงในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทัธยมศึกษา (สพม.) ทุกเขตร่วมรับฟัง ว่า  โครงการนี้ เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องระหว่าง กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดย สพฐ. และ กอช. ร่วมอบรมให้ความรู้ด้านวางแผนการออมเงินแก่ผู้อำนวยการ ครู และอาจารย์ในโรงเรียนในสังกัด สพม. เขต 1 และ เขต 2 จำนวน 119 โรงเรียน และในปีนี้จะดำเนินการต่อให้ครอบคลุม สพม. ทุกเขตทั่วทั้งประเทศ ให้ตระหนักถึงวิธีการวางแผนทางการเงิน การออมเงิน เทคนิคการบริหารจัดการเงิน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้จะนำไปขยายผลการอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนในสถานศึกษา ที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ในสถานศึกษาที่มีอยู่เกือบ 1 ล้านคน ได้มีการวางแผนออมเงินเพื่ออนาคตและสมัครเป็นสมาชิก กอช. ครอบคลุมทุกสถานศึกษาทั่วประเทศ   

คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศธ.ได้วางแนวทางการศึกษาจากกระทรวงการคลังเรื่องความรอบรู้ด้านการเงิน (Financial Literacy) เข้ามาปรับปรุงในการเรียนการสอนของสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ความรอบรู้เรื่องการเงินนี้  ศธ.จะขยายครอบคลุมทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนสังกัด สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และให้ครอบคลุมทุกสถานศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของศธ.ต่อไป

กอช.จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เด็กนักเรียน ได้ตระหนักถึงการออมตั้งแต่วัยเรียน เป็นการปลูกฝังให้เด็กได้รู้จักค่าของเงิน รู้จักเก็บออม เริ่มจากการเก็บเล็กผสมน้อย สร้างนิสัยการออมเงินเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็น รากฐานของการออมเงิน สำหรับนักเรียนที่ยังเรียนอยู่ เพียงเริ่มวางแผนออมเงินวันละ 1 บาท พอมีเงินครบ 50 บาท ก็สามารถนำมาออมกับ กอช.ได้ ความน่าสนใจ คือ รัฐบาลจะสมทบเงินให้ตามสัดส่วนของเงินออมในแต่ละช่วงอายุ เช่น  อายุ 15 – 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมสะสม สูงสุดไม่เกิน  600 บาทต่อปี เป็นต้นคุณหญิงกัลยา กล่าว 

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องการออมถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะต้องสอนให้เด็กรู้ว่ามีความสำคัญอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็มีอยู่ในหมวดวิชาสังคม วิชาเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว เพียงแต่ครูจะหยิบเรื่องนี้ไปเน้นหรือเติมในหน่วยการเรียนอย่างไร จะฝึกให้เด็กปฏิบัติอย่างไร