หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (215) 成语故事 (二一五)

6.03.21 | 10:31 น.

นิทานสุภาษิตจีน (215) 成语故事 (二一五)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 甚嚣尘上/甚囂塵上 shèn xiāo chén shànɡ (เฉิ้น เซียว เฉิน ฉ้าง)  โดย คำว่า 甚  shèn (เฉิ้น)  แปลว่า มากมาย 嚣/囂 xiāo  (เซียว) แปลว่า เสียงดังอึกทึกครึกโครม  尘/塵 chén (เฉิน) แปลว่า ฝุ่น 上 shànɡ (ฉ้าง) แปลว่า ขึ้น ฟุ้งขึ้น กองเพลิง เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง เสียงดังกึกก้องฝุ่นตลบ แสดงถึงความวุ่นวายของกิจกรรมบางอย่าง ในอดีตนั้น จะใช้อธิบายการเตรียมการก่อนรบในสนามรบของกองทัพ  จึงมีเสียงต่างๆ ที่เกิดจากเสียงแตรเสียงกลอง เสียงคนโห่ร้อง และเสียงม้าร้อง ฝุ่นที่ปลิวตลบอบอวลจากคน และม้าที่วิ่งกันไปมา หรือควันไฟคละคลุ้งไปทั่วจากการหุงต้มอาหาร ใช้อธิบายถึงการเตรียมการอันเข้มงวด มีความตั้งใจในการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ต่อมาคำนี้ได้ถูกนำไปใช้เปรียบเปรยว่า เป็นการสร้างกระแส การโหมประโคมข่าว ซึ่งมันเกินเลยจากความเป็นจริงอยู่มาก หรือข่าวลวงที่ยังหาความจริงไม่ได้นั่นเอง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

จีนในยุคชุนชิว 春秋 Chūnqiū รัฐใหญ่น้อยนับร้อยก่อเกิดขึ้นมา และเสื่อมสลายไป จนต่อมาเหลือแต่เพียงรัฐที่เข้มแข็งเพียงห้ารัฐ ได้แก่ รัฐฉี 齐/齊 Qí รัฐซ่ง 宋 Sònɡ รัฐจิ้น 晋/晉 Jìn รัฐฉู่ 楚 Chǔ รัฐฉิน 秦 Qín ล้วนแล้วแต่ต้องการเป็นใหญ่เพียงผู้เดียวในปฐพีนี้ จึงทำให้เกิดสงครามชิงเมืองกันอยู่เนืองๆ บ้านเมืองจีนในยุคนี้กำลังระส่ำระสายอย่างหนัก สงครามใหญ่น้อยก็ยังคงมีอยู่เนืองๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งรัฐซ่งได้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ในขณะนั้นเอง รัฐฉู่กับรัฐจิ้น ก็มักมีปัญหารบพุ่งกันอยู่บ่อยครั้ง จนรัฐซ่งในฐานะรัฐอิทธิพลสูงสุดจึงออกหน้าไกล่เกลี่ย ทั้งสองรัฐจึงยอมเจรจา และสงบศึกต่อกัน พร้อมทั้งให้สัญญาต่อกันว่า จะไม่รบพุ่งแย่งชิงดินแดนกันอีก แล้วความสงบก็กลับมาได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

แต่แล้วก็มีเรื่องให้ต้องทะเลาะกันอีกครั้ง เพราะมีรัฐเล็กๆ ในบริวารของรัฐจิ้น ชื่อรัฐเจิ้ง 郑国/鄭國 Zhènɡ Guó เจ้าเมืองรัฐนี้เกิดไม่พอใจการปกครองของรัฐจิ้นขึ้นมา จึงเอาใจออกห่างรัฐจิ้น  และแอบไปสวามิภักดิ์รัฐฉู่ เมื่อเจ้าเมืองรัฐจิ้นรู้เข้าก็โกรธมาก จึงได้จัดทัพเข้าจัดการรัฐเจิ้งทันที รัฐเจิ้งเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขอความช่วยเหลือจากรัฐฉู่ทันที ภายในรัฐฉู่เองก็มีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนให้ยกทัพไปช่วย อีกฝ่ายต่อต้านการทำศึก โดยให้เหตุผลว่าสมบัติที่ไม่ใช่ของเรา ไปเอามาก็จะเดือดร้อน สุดท้ายเจ้าเมืองรัฐฉู่ก็เลือกที่จะไปช่วยรัฐเจิ้ง โดยหวังว่าเมื่อชนะศึกแล้ว ก็จะได้ดินแดนเพิ่มขึ้น

เจ้าเมืองฉู่ก็เกณฑ์ไพร่พลนำทัพไปด้วยตนเอง เมื่อทัพใหญ่สองทัพมาเผชิญหน้ากัน กองทัพฉู่ก็รีบฉวยโอกาสยึดชัยภูมิที่สูงเพื่อความได้เปรียบในการรบ ทำให้รัฐจิ้นต้องตั้งทัพในจุดที่ต่ำกว่า ทำให้รัฐจิ้นเสียเปรียบในการสังเกตการณ์รบ เจ้าเมืองฉู่ยึดชัยภูมิที่เหนือกว่าได้แล้ว ก็ขึ้นรถศึกสังเกตการณ์กองทัพรัฐจิ้นด้วยตนเองอย่างละเอียด ภาพที่ตัวเขา และกองทัพเห็นคือ กองทัพจิ้นกำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง หลังสืบรู้มาก็คือ กองทัพจิ้นแม้นจะดูเคร่งครัดในการเตรียมการรบอย่างดี แต่ก็หลงใหลในเรื่องไสยศาสตร์ ภาพที่ฝ่ายรัฐฉู่เห็นก็คือ กองทัพจิ้นกำลังวุ่นวายโกลาหลอยู่กับการทำพิธีบวงสรวงจนสายมากแล้ว ยังมีกลุ่มควันโขมงพวยพุ่งมาจากกองทัพจิ้น มีคนแจ้งแก่เจ้าเมืองฉู่ว่า ตอนนี้กองทัพจิ้นกำลังล้าจากการทำพิธีบวงสรวง และทำกำลังหุงต้มอาหารกันในกองทัพ ควันที่เห็นก็คือควันไฟจากการหุงอาหารนั่นเอง

เจ้าเมืองฉู่เห็นเช่นนั้น ก็พูดขึ้นว่า นึกว่ารัฐจิ้นจะแน่ ที่แท้ก็ลุ่มหลงในเวทมนตร์ และตอนนี้พวกเขากำลังหิวย่อมไม่พร้อมรบแน่นอน จึงลั่นกลองสั่งบุกโจมตีกองทัพจิ้นอย่างรวดเร็ว การโจมตีแบบสายฟ้าแลบนี้มีข้อเสียคือ ความรอบคอบ และการควบคุมกองกำลัง ดังนั้นเมื่อกองทัพฉู่บุกเข้ายังใจกลางกองทัพจิ้นแล้ว กว่าจะรู่ว่าหลงกล ทุกอย่างก็สายเสียแล้ว กองทัพฉู่ถูกกองทัพจิ้นทำลายอย่างราบคาบเจ้าเมืองฉู่หนีเอาตัวรอดไปได้ เหลือเพียงทหารอันน้อยนิดกลับเมืองฉู่ไปด้วยความบอบช้ำที่สุด

Advertisement

(ที่มาภาพ:http://www.360doc.com/content/18/0814/07/48600458_778093367.shtml)  

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:形容某种传闻或谬论十分嚣张

成語比喻:形容某種傳聞或謬論十分囂張

Chénɡyǔ bǐyù: Xínɡrónɡ mǒu zhǒnɡ chuánwén huò miùlùn shífēn xiāozhānɡ

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ :  สิงโหรง โหมว โจ่ง ฉวานเหวิน ฮั่ว มิ่วลุ่น ฉือเฟิน เซียวจาง

สุภาษิตเปรียบว่า ใช้อธิบายข่าวลือที่โหมกระพือกันอย่างครึกโครม

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

社会之动乱被那些媒体炒作得甚嚣尘上,但事实上并没有那么可怕。

社會之動亂被那些媒體炒作得甚囂塵上,但事實上並沒有那麽可怕。

Shèhuì zhī dònɡluàn bèi nàxiē méitǐ chǎozuò dé shènxiāochénshànɡ, dàn shìshí shànɡ bìnà   méiyǒu nàme kěpà.

เฉ้อหุ้ย จือ โต้งลว่าน เป้ย น่าเซีย เหมย์ถี่ เฉาจั้ว เตอะ เฉิ้น เซียว เฉิน ฉ้าง, ต้าน ฉื้อฉือ ฉ้าง ปิ้ง เหมย์โหย่ว น่าเมอะ เข่อพ่า

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมถูกข่าวนำไปโหมกระพือใหญ่โต ความจริงแล้วมันไม่ได้น่ากลัวอย่างนั้น