สอศ.ยันไม่มีทุจริตงบ 68 ล้าน แจงปรับไปพัฒนาระบบออนไลน์ กระจายอำนาจจัดซื้อให้สถานศึกษา
จากกรณีที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา มีการทุจริตงบประมาณปี 2564 จำนวน 68 ล้านบาท โดยมีการนำงบประมาณไปเล่นแร่แปรธาตุ ในโครงการจ้างปรับปรุงระบบสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและพัฒนาอาชีพ พร้อมระบบห้องเรียนอัจฉริยะ 77 จังหวัด เพื่อจัดการศึกษาออนไลน์ในสถานศึกษาอาชีวะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยซอยงบประมาณจากแห่งละ 1.5 ล้านบาท เป็นห้องเรียนละ 5 แสนบาท กระจายไป 136 วิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อหนีการเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์อี-บิดดิ้ง ซึ่งเป็นการฮั้วประมูลนั้น
นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีการทุจริตในเรื่องดังกล่าว สำหรับงบจำนวนนี้ เดิมถูกจัดสรรมาใช้ในการจัดทำสถานีโทรทัศน์ของสอศ. แต่เมื่อมีสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามา ทางฝ่ายแผน ได้เสนอให้ปรับงบไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ของสถานศึกษาซึ่งไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างจากส่วนกลาง เพราะสอศ. มีประการณ์ โครงการไทยเข้มแข็งหรือSP2 ซึ่งจัดซื้อจัดจ้างจากส่วนกลาง และมีปัญหาทุจริตเกิดขึ้น ดังนั้นจึงกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา ให้เสนอของบเข้ามาที่ส่วนกลาง กระบวนการจัดซื้อจัดซื้อเป็นไปตามระเบียบ เมื่อสถานศึกษาขอเข้ามา สอศ.ก็จัดงบลงไป ซึ่งตรงนี้ไม่ได้มีเป็น ครุภัณฑ์แต่เป็นลักษณะการนำงบไปปรับปรุงระบบการเรียนการสอนออนไลน์
“ผมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น หากมีการสอบถามเข้ามาก็พร้อมไปชี้แจง เพราะเป็นเรื่องที่มีที่มา ที่ไปชัดเจนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบพัสดุ เพราะหากจะมีการทุจริตส่วนใหญ่ จะจัดซื้อจากส่วนกลางมีการรวมงบเป็นก่อน แต่สอศ.ป้องกันเพราะมีประสบการณ์จากโครงการSP2 โดยกระจายอำนาจจัดซื้อจัดจ้างไปยังสถานศึกษา งบในส่วนนี้ถูกกระจายเพื่อให้สถานศึกษาที่เสนอของบนำไปใช้ในการพัฒนาระบบการเรียนออนไลน์กว่า 100 แห่ง” นายสุเทพ กล่าว

