‘เครือข่ายเด็ก-สตรี’ บุก ศธ.ยื่น 8 ข้อเสนอ ขอ ‘รมว.ศธ.คนใหม่’ แก้ปัญหาครูล่วงละเมิดเด็กอย่างจริงจัง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยนายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษากว่า 30 คน พร้อมชูป้ายข้อความระบุว่า “โรงเรียนไม่ปลอดภัย นักเรียนจะพึ่งใคร” “รื้อใหญ่เถอะ กลไก ศธ.เดิม แก้ปัญหาไม่ได้” เป็นต้น ยื่นหนังสือเรื่อง ปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเกิดขึ้นซ้ำซาก ถึงคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รักษาการรัฐมนตรีว่าการ ศธ. โดยมีนายสุภัทร จำปางทอง ปลัด ศธ. และนายนิพนธ์ ก้องเวหา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รับเรื่องแทน
นายชูวิทย์กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะพบครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนจำนวนมาก ล่าสุดนักเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรีมย์ ถูกครูคณิตศาสตร์ข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียน ซ้ำยังถ่ายคลิปข่มขู่ไม่ให้บอกใคร จนพ่อผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พร้อมหลักฐานคลิปวิดีโอและข้อความแชตสนทนาที่ไม่เหมาะสมระหว่างครูประจำชั้นและลูกสาว เพื่อให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หรือกรณีที่เกิดขึ้นใน ต.สะแกซำ จ.เมืองบุรีรัมย์ ที่อดีตข้าราชการครู ซึ่งปัจจุบันทำอาชีพขับรถตู้รับส่งนักเรียน ได้อนาจารนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการถอดกางเกงโชว์ พยายามให้เด็กจับอวัยวะเพศ ลูบคลำร่างกายเด็ก จนทำให้เด็กหวาดกลัวและไม่อยากไปโรงเรียนอีก
“เวลานี้สังคมอยากจะรู้ว่าครูแต่ละคนที่ทำผิดเป็นอย่างไร กลับมาเป็นครูอีกหรือไม่ ถูกไล่ออกหรือไม่ และไปประพฤติแบบนี้กับนักเรียนโรงเรียนอื่นอีกหรือไม่ และอยากให้ ศธ.เน้ยย้ำครูว่าการละเมิดเด็กนั้น ทำไม่ได้ แต่เราไม่ได้บอกว่าครูทั้งหมดไม่ดี เราเชื่อว่าครูดีมีจำนวนมาก แต่ครูไม่ดีมีอยู่จริง จึงอยากให้ ศธ.เห็นปัญหา อยากให้รัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่ แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง” นายชูวิทย์กล่าว
น.ส.อังคณากล่าวว่า จากข้อมูลที่เครือข่ายสำรวจ พบว่าทุกปีประชาชนจะได้รับข่าวครูล่วงละเมิดเด็กกว่า 10 รายต่อปี จึงขอยื่นข้อเสนอต่อ ศธ. เพื่อแก้ไขปัญหาครูล่วงละเมิดนักเรียน ดังนี้ 1.ขอให้กำลังใจครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่เป็นแบบอย่างที่ดี และขอประณามบุคคลที่เข้ามาอาศัยวิชาชีพครู ทำร้ายลูกศิษย์ ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า ทั้งการหาประโยชน์ทางเพศและประโยชน์อื่นจากนักเรียนในทุกรูปแบบ 2.ขอทราบความคืบหน้า ผลการดำเนินการกับครูที่กระทำความผิด และมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ ศธ.แถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ 3.ควรปรับปรุงศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) ให้องค์กรภายนอกเข้าร่วมทำงาน และต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและเข้าถึงกลไกดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ 4.ควรให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิเด็ก การเคารพความเสมอภาคระหว่างเพศ
“5.ในกรณีที่เกิดเหตุความเสียหายต่อเด็กนักเรียนที่เป็นการละเมิดกฎหมาย ศธ.ต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความดำเนินคดี ตลอดจนให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง และจัดการให้เด็กได้รับการเยียวยาทางจิตใจโดยเร่งด่วน 6.หากสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่าครูหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นมีการกระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน ศธ.ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอนใบประกอบวิชาชีพครู 7.ถึงเวลาที่ ศธ. ต้องพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ที่มีเนื้อหาเรื่องทักษะชีวิตว่าด้วยความเสมอภาคระหว่างเพศ การเคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกาย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และ 8.ขอให้ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองช่วยกันเฝ้าระวังแจ้งเหตุ ไม่เพิกเฉยต่อการคุกคามทางเพศการละเมิดสิทธิเด็ก” น.ส.อังคณากล่าว
นายสุภัทรกล่าวว่า เห็นด้วยว่าโรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัย ศธ.ไม่อยากเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนอีกเด็ดขาด ศธ.รับไม่ได้กับการคุกคามทางเพศในโรงเรียน เพราะถือเป็นอาชญากรรม ดังนั้นสถานศึกษาจะต้องมีความเข้มงวด ผู้อำนวยการจะต้องสอดส่องดูแลครู เพื่อตัดไฟแต่ต้นลง
“มีหลายกรณีที่ ศธ.รู้สึกว่า ถ้าเราขันนอตให้ดีกว่านี้ ถ้าผู้บริหารหรือหัวหน้าส่วนงานนั้นๆ เข้มงวดกวดขันมากพอ เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ผมในฐานะปลัด ศธ. อยากจะขอโทษทุกคน ที่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน และ ศธ.รับปากว่ารับข้อเสนอมาปรับปรุง รวมทั้งจัดทำระบบตรวจสอบเพื่อคัดกรองผู้ที่จะมาเป็นครูอย่างเข้มงวด และจะตรวจสอบจัดการในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าครูกระทำผิดอย่างรวดเร็ว” นายสุภัทรกล่าว
นายนิพนธ์กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และในวันที่ 10-13 มีนาคมนี้ สพฐ.จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 62 เขต ทั่วประเทศ ซึ่งจะเสนอเรื่องการแก้ปัญหาล่วงละเมิดให้ที่ประชุมทราบแนวทางแก้ปัญหาหากพบครูล่วงละเมิดทางเพศกับนักเรียน และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ สพฐ.พบเหตุการครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน จะตรวจสอบและตั้งคณะกรรมการสอบวินัยทันที พร้อมกับสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
คุณหญิงกัลยากล่าวว่า ศธ.ตั้งศูนย์ ศคพ.เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศอยู่แล้ว และตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ศธ.ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับครูที่กระทำผิดในกรณีต่างๆ แล้วถึง 21 ราย ดังนั้น ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ เพียงแต่ว่าขั้นตอนต่างๆ อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง จึงขอให้ประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียน มั่นในว่า ศธ.ให้ความสำคัญ จะไม่นิ่งนอนใจ และจะจัดการกับครูกระทำผิด โดยครูเหล่านี้จะต้องไม่กลับมาเป็นครูได้อีกต่อไป


