ผู้บริหาร มข.ถวายรางวัลพระธาตุพนมทองคำ ‘หลวงพ่อวิริยังค์’
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) แจ้งว่า มข.จัดพิธีถวายรางวัลพระธาตุพนมทองคำ พร้อมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมอุทิศถวายแด่สมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล และอดีตประธานกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศแคนาดา โดยมีพระเทพสังวรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต ป.ธ.7) เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ วัดบวรนิเวศวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มข.และดร.เตช บุนนาค อุปนายกสภา มข.ประธานกรรมการสรรหาผู้สมควรได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ และรางวัลพระธาตุพนมทองคำ ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เข้าร่วมพิธี ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

รศ.นพ.ชาญชัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 สภา มข.มีมติเห็นสมควรถวายรางวัลพระธาตุพนมทองคำประจำปี 2563 แด่สมเด็จพระญาณวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ซึ่ง มข.ตั้งใจนำมาถวายในวันทำบุญอายุวัฒนมงคล ซึ่งตรงกับวันที่ 7 มกราคม แต่ท่านละสังขารเสียก่อน จึงได้นำมาถวายที่หน้าโกศมณฑปในงานสวดพระอภิธรรมศพ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป สำหรับผลงานที่โดดเด่นของสมเด็จพระญาณวชิโรดม คือเป็นผู้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาโดยแท้ และสร้างวิชาสมาธิให้เป็นที่ประจักษ์ต่อบุคคลทุกหมู่เหล่า โดยนำไปเผยแผ่ทั้งใน และต่างประเทศ นำไปสู่การสร้างสันติสุขในโลก นอกจากนี้ ยังได้สร้างสถาบันพลังจิตตานุภาพ เพื่อเป็นสถานที่ฝึกทำสมาธิ ปัจจุบันมีกว่า 288 สาขาทั่วประเทศ

รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวอีกว่า รางวัลพระธาตุพนมทองคำ ถือเป็นรางวัลสูงสุดของ มข.ที่มอบให้กับบุคคลที่ทำประโยชน์ให้สังคมระดับประเทศเป็นประจำทุกปี โดยมีกรรมการสภา มข.รวบรวมรายชื่อ เสนอ และคัดเลือก ซึ่งแต่ละปีจะมอบให้เพียงบุคคลท่านเดียวเท่านั้น สำหรับบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก ทางกรรมการสภา มข.จะดูจากความโดดเด่นทางด้านผลงานที่เป็นประจักษ์ต่อปวงชนมากที่สุด ขณะเดียวกันตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับคัดเลือกมีทั้งพระสงฆ์ และฆราวาส ส่วนพิธีรับรางวัลจัดขึ้นในงานพระราชทานปริญญาบัตร สำหรับวิชาสมาธิเป็นวิชาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มหาวิทยาลัยในต่างประเทศหลายแห่งกำลังผลักดันให้วิชาดังกล่าวมีการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นระดับประถมเป็นต้นไปรวมถึง คนในวัยทำงานด้วย เพราะมองว่าเทคโนโลยีที่เจริญ เป็นเพียงการเจริญทางวัตถุที่ก่อให้เกิดความเครียด ความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ ดังนั้น วิชาสมาธิจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยขัดเกลาจิตใจ และสร้างสมดุลให้กับสังคม

“มข.เป็นสถาบันที่เล็งเห็นความสำคัญของการทำสมาธิ และยังเป็นที่ตั้งของสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 78 จึงตั้งปณิธานไว้ว่าจะดำเนินรอยตามคำสอนของหลวงพ่อวิริยังค์ และสานต่องานด้านวิชาสมาธิของท่าน โดย มข.ได้สร้างศูนย์เรียนรู้สมาธิขนาดใหญ่ เพื่อให้บุคลากร และนักศึกษาเข้ามาเรียนมากขึ้น ทั้งนี้ ยังนำวิชาสมาธิไปเปิดสอนในวิชาการศึกษาทั่วไป เพื่อให้นักศึกษาเข้ามาฝึกสมาธิ และนำพื้นฐานของวิชาดังกล่าวไปปรับใช้ในการเรียน และชีวิตประจำวัน ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลตอบรับดีมาก นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับครูสอนสมาธิจากสถาบันพลังจิตตานุภาพสาขาที่ 78 และมูลนิธิพลังจิตตานุภาพ โดยจัดทำหลักสูตรอบรมครูเพื่อให้ครูไปสอนสมาธิให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมในโรงเรียนต่างๆ ในภาคอีสานด้วย โดยดำเนินการมาแล้ว 2 ปี จัดอบรมครูอย่างน้อยปีละ 3 รุ่นๆ ประมาณ 40-60 คน” รศ.นพ.ชาญชัย กล่าว


