สทศ. ย้ำผู้เข้าสอบโอเน็ต ม.6 ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฯ อย่างเคร่งครัด

25.03.21 | 14:15 น.

สทศ. ย้ำผู้เข้าสอบโอเน็ต ม.6 ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฯ อย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม น.ส.ศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า จะดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2563 โดยสอบวันเสาร์ที่ 27 และวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 มีจำนวนผู้มีสิทธิ์สอบทั้งหมด 387,137 คน และมีสนามสอบ 395 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งในวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2564 เป็นวันแรกของการทดสอบโอเน็ต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จัดสอบ 3 วิชา ได้แก่ สังคมศึกษาฯ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และในวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 จัดสอบ 2 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ สทศ. ขอเน้นย้ำนักเรียนอย่าลืมนำหลักฐานที่ใช้แสดงตนในวันสอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ทางราชการออกให้และมีรูปถ่าย พร้อมทั้งขอให้นักเรียนวางแผนการเดินทางและไปถึงสนามสอบก่อนเวลา เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องสอบ

น.ส.ศิริดากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สทศ. ยังได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในการทดสอบทางการศึกษา ประจำปี พ.ศ.2564 ในส่วนของศูนย์สอบและสนามสอบ ได้มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันฯ โดยมีจุดคัดกรองก่อนเข้าสนามสอบ ตรวจวัดอุณหภูมิ มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ทำความสะอาดห้องสอบ สนามสอบ และบริเวณที่มีการสัมผัสร่วมกัน รวมถึงจัดสถานที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยคำนึงถึงการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ทั้งนี้ ขอให้ผู้เข้าสอบและผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักและให้ความสำคัญปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฯ อย่างเคร่งครัด

“สำหรับการประกาศผลสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สทศ. จะประกาศผลสอบในวันที่ 27 เมษายน 2564 โดย สทศ.ได้จัดทำวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์การนำผลสอบ O-NET ไปใช้พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนรับทราบถึงวิธีการดูใบรายงานผลสอบ O-NET รายบุคคล และการนำผลสอบไปใช้ในการประเมินตนเอง รวมทั้งนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแต่ละรายวิชาให้ดียิ่งขึ้น สำหรับโรงเรียน สทศ.ได้อธิบายถึงใบรายงานผลการทดสอบ O-NET ระดับโรงเรียน ทั้ง 6 ฉบับ เพื่อให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาทราบถึงวิธีการพิจารณาใบรายงานผลแต่ละฉบับ และสามารถนำผลสอบไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนของ รวมทั้งนำไปวางแผนการจัดการเรียนการสอนแต่ละรายวิชาให้ดียิ่งขึ้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.niets.or.th”