นโยบาย ‘ตรีนุช’ เน้นขรก.นำการเมือง ‘สมพงษ์’ ชี้ครอบคลุมแต่จับต้องไม่ได้
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า จากน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศนโยบายการจัดการศึกษา 12 ข้อ 7 วาระเร่งด่วนนั้น การเขียนนโยบายต้องดูว่าระยะเวลาของรัฐบาลเหลือแค่ 2 ปีเท่านั้น ทำให้นโยบายที่น.ส.ตรีนุช ออกมานั้นมากไป เมื่อมีนโยบายจำนวนมาก และกรอบระยะเวลาการทำงานมีเพียง 2 ปี จึงมองไม่เห็นว่า น.ส.ตรีนุช จะทำให้นโยบายเหล่านี้สำเร็จได้อย่างไร อีกทั้งการเขียนนโยบาย ของน.ส.ตรีนุช จะเป็นลักษณะเป็นหลักการทางวิชาการ ซึ่งไม่ใช่นโยบายที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างแท้จริง ไม่สามารถจับต้อง ขับเคลื่อน และเปลี่ยนแปลงเชิงรูปธรรมได้
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า จากที่ดูนโยบายทั้งหมด เป็นนโยบายที่ข้าราชการนำการเมือง เพราะต้องยอมรับว่า น.ส.ตรีนุช ยังไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจด้านการศึกษามากนั้น ดังนั้นการร่างนโยบายอาจจะฟังข้าราชการประจำ เป็นส่วนมาก นอกจากนี้นโยบายของ น.ส.ตรีนุช มากกว่า 50% มองเรื่องของการสร้างพลเมืองยุคใหม่ คือมุ่งพัฒนาคนสู่อนาคต การเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 และนำสังคมดิจิทัลมาพัฒนาการศึกษา แต่ไม่เห็นนโยบายที่จะปฏิรูประบบราชการ หรือแก้ปัญหาทางการศึกษาเลย และไม่เห็นนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหาหมักหมกที่มีอยู่มากมายใน ศธ.แม้แต่น้อย
“เมื่อนโยบายที่ออกมาฟังข้าราชการมากเกินไป สิ่งที่ตามมาคือน.ส.ตรีนุช จะถูกระบบข้าราชการครอบงำอย่างง่ายดาย ส่วนวาระเร่งด่วน 7 ข้อ จะต้องกำหนดกรอบระยะเวลาชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเป็นนโยบายที่ลอยไป ลอยมา ผมมองว่านโยบายของ น.ส.ตรีนุช ดูดี ครบถ้วน ครบคุลมทุกประเด็นของปัญหารการศึกษา แต่ไม่ติดดิน ไม่ติดปัญหา ไม่ติดการปฏิรูปการศึกษา เป็นนโยบายที่ลอยตัวจากปัญหา มองเห็นแต่อนาคต และถ้าขาดยุทธศาสตร์ การลงมือปฏิบัติก็จะทำให้นโยบายต่างๆ ไม่ประสบความสำเร็จ” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ที่กลุ่มนักเรียนเลวมาต้อนรับ ถือว่า น.ส.ตรีนุช รับมือได้ดี มีไมตรี จึงอยากให้รักษาบรรยายกาศนี้ให้ดี ถ้าประชาชนมีปัญหามีข้อข้องใจ ควรจะเปิดช่องให้คนเข้ามาพบรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ง่าย และสิ่งที่นักเรียนเลวสะท้อนปัญหา โดยเฉพาะความปลอดภัยของโรงเรียน ตนคิดว่าในสถานการณ์ปัจจุบันความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นร่วมกันว่าโรงเรียนจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัย มองว่าถ้าทุกฝ่าย ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนักเรียน ร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ จะลดช่องว่างระหว่างนักเรียน และ น.ส.ตรีนุช มากขึ้น
“ถ้าน.ส.ตรีนุชทำให้นักเรียนเชื่อใจการทำงานในรูปแบบ “TRUST” ที่ออกแบบไว้ได้ จะทำให้การแก้ไขปัญหาการศึกษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่าทำเหมือนที่ผ่านมา ที่ตั้งคณะกรรมการซื้อเวลาเท่านั้น จึงขอเสนอให้ น.ส.ตรีนุช สร้างให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย แก้ปัญหาเรื่องทรงผม เครื่องแบบนักเรียน และความรุนแรงในโรงเรียน ถ้าน.ส.ตรีนุช รับฟังปัญหาของนักเรียนทุกกลุ่ม รับฟังความคิดเห็นของคนเห็นต่าง โดยอย่ามองคนเห็นต่างเป็นอีกขั้ว ต้องมองว่าเป็นการได้ข้อมูลดีๆมาชุดหนึ่ง และนำปัญหาที่รับฟังมาประมวลผล ลงมือแก้ไข จะทำให้นักเรียนไว้วางใจและร่วมมือปฏิรูปการศึกษากับน.ส.ตรีนุช อย่างแน่นอน“นายสมพงษ์ กล่าว

