เล็งส่งป.ป.ท. ฟ้องขรก.ทุจริตเงินอุดหนุนร.ร.เอกชน

20.04.21 | 16:57 น.

เล็งส่งป.ป.ท. ฟ้องขรก.ทุจริตเงินอุดหนุนร.ร.เอกชน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน( กช.) เปิดเผยว่า ความคืบวหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในจังหวัดนราธิวาส และกรุงเทพฯ ซึ่งผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ  ลักษณะวิธีการคล้ายคลึงกัน คือ แก้ไขจำนวนนักเรียนมากกว่าความเป็นจริง เพื่อให้โอนเงินอุดหนุนให้แก่โรงเรียนเกินกว่าที่ควรได้รับ แล้วให้โรงเรียนโอนคืน/ถอนเงินสดคืน แก่เจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัว ความเสียหายร่วมกว่า 16 ล้านบาท นั้น ในส่วนของกรุงเทพฯ พบผู้เกี่ยวของกับการกระทำความผิด1 ราย เป็นข้าราชการ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี อาวุโส  สังกัด สช. โดยได้มอบหมายให้นิติกรไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทางโรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อไตร่สวนต่อไป หากป.ป.ท.ชี้มูล ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ

“เบื้องต้นได้สั่งการให้ข้าราชการรายนี้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว รอผลการสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้มีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความผิดทางละเมิด แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากติดสถานการแพระระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ส่วนกรณีการทุจริตที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ จะมีข้าราชการกระทำผิดคนเดียวจริงหรือไม่นั้น จากการสอบข้อเท็จจริง มีความเป็นไปได้ เพราะการดูแลโรงเรียน จะแบ่งเป็นโซน ซึ่งข้าราชการรายดังกล่าว ดูและพื้นที่สาทร คลองเตยและยานนาวา ซึ่งพบว่ามีการทุจริตในพื้นที่ดังกล่าว 7 โรงเรียน ทั้งนี้ทันทีที่พบผมได้สั่งการให้ตรวจสอบแบบปูพรม 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่พบการทุจริตในพื้นที่อื่น ส่วนโรงเรียนจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ตรงนี้ยังไม่สรุป ต้องรอดูข้อมูล ซึ่งค่อนข้างดูยากเพราะโรงเรียนเองก็ส่งหลักฐานเป็นใบเปอินให้กับทางสช. จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปข้อมูลทั้งหมด”นายอรรถพล กล่าว

เลขาธิการกช. กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้า การตรวจสอบในจังหวัดนราธิวาสนั้น เดิมพนักงานราชการที่ถูกกล่าวหาได้รับสารภาพ ทางสช.จังหวัด จึงลงโทษ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่จากการสอบสวนพบว่า เป็นการสารภาพในชั้นสอบสวน จึงกลับคำสั่งให้เป็นการพักงานไว้ก่อน เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วเช่นกัน สำหรับการตรวจสอบการดำเนินการในจัวหวัดอื่นๆ นั้น สช.ได้สั่งการไปแล้ว แต่เนื่องจากมีการแพระระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่